5/10

 

Ep.915

 

“ด้วยความยินดี!”

 

ซูเฉินกระชากเสียงเย็น ขยับเท้าวูบ ทั้งคนทั้งร่างดั่งเส้นแสงดวงดารา พุ่งเป็นเส้นตรงเข้าหาหวูโหยว

 

หินต้นกำเนิดพลังงานเหล่านั้นต้องตกอยู่ในมือเขา! หากหวูโหยวไม่มีสมอง ก็มีแต่ต้องลงมือเท่านั้น

 

เห็นความว่องไวของซูเฉิน หวูโหยวเบิกตากว้าง หยิบกระดิ่งทองคำเล็กๆออกมาอย่างไม่ลังเล จากนั้นโยนมันขึ้นไปในอากาศ

 

เห็นแค่เพียงแสงสีทองร่ายระบำเบื้องบน ก่อนขยายขนาดเป็นหลายจั้ง กางลงปกคลุมหวูโหยวเอาไว้ภายใน

 

ซูเฉินไม่คิดมากความ ยังคงพุ่งไปข้างหน้า ซัดกำปั้นทองคำกระทั้นเข้าใส่ระฆังทอง

 

ตูมมมม!

 

บังเกิดเสียงดังสนั่น ระฆังทองขนาดใหญ่ไม่ขยับเขยื้อน ไร้ซึ่งความเสียหายใดๆ

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า … ” เสียงหัวเราะของหวูโหยวดังออกมาจากภายในระฆังทอง

 

“ซูเฉิน ระฆังจักรพรรดิทองคำของข้าคือสิ่งประดิษฐ์เทวะสายป้องกันชั้นเลิศ ต่อให้เจ้ามีกลวิธีเทียมฟ้า ก็อย่าหมายทะลวงการป้องกันของมันได้ ตอนนี้เจ้ายังอยากจะเอาชนะข้าอีกไหม?”

 

ได้ยินแบบนั้น ฉีมู่เฟิงตะลึงงัน

 

ยอดฝีมือขั้น 3 ระดับเทวะเมื่อต่อสู้ตัวต่อตัวกับซูเฉิน จู่ๆกลับเลือกที่จะเป็นเต่าหัวหด ไม่กล้าแม้จะยอมปะทะตรงๆ แล้วยังมีหน้ามาหัวเราะเยาะซูเฉินอีก

 

นี่ใช่เรียกว่าคนแก่หน้าไม่อายหรือไม่?

 

ซูเฉินไม่ได้โกรธ แต่ชำเลืองมอง สำรวจระฆังจักรพรรดิทองคำ เอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “แกคิดว่าหดหัวอยู่ในกระดองเต่าแล้ว ฉันจะทำอะไรไม่ได้งั้นหรอ?”

 

เป็นความจริงที่การป้องกันของระฆังจักรพรรดิทองคำมีความแข็งแกร่งทนทานมาก แต่ลูกเล่นของเขายังไม่หมดลงแค่นี้ ยังเหลือไพ่ตายที่มีพลังทำลายล้างสูงอีกหลายใบ

 

“ซูเฉิน อย่าเพิ่งร้อนใจไป ตราบใดที่เจ้ามีความสามารถพอจะทำลายการป้องกันของข้าได้ ข้าจะยอมจำนน น้อมรับความพ่ายแพ้ทันที!” ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวกล่าวเสียงอึกทึก

 

“จัดให้ตามที่ขอ!”

 

ดวงตาของซูเฉินค่อยๆหรี่ลง เอื้อมมือออกไป เรียก [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] ออกมา

 

รอจนมันขยายเป็นสิบจั้ง ก็เหยียบย่ำอากาศขึ้นไปอยู่เหนือระฆังทอง แล้วทุบลงมาอย่างแรง

 

บังเกิดเสียงกึ้งงงงงงงงงงงง ดังสนั่น

 

เทือกเขารอบด้านสั่นสะท้าน เห็นแค่เพียงระฆังจักรพรรดิถูกกระแทกอย่างแรง ถูกฝังจมลงไปใต้ดิน

 

กระนั้น ผิวนอกของมันยังคงทอแสงเจิดจ้า คล้ายไม่ได้รับความเสียหายใดๆ

 

เห็นภาพนี้ สีหน้าซูเฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย

 

ต้องรู้นะว่า [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] มีน้ำหนักถึง 108,000 จิน ด้วยน้ำหนักมหาศาลเช่นนี้ มีใช่สิ่งที่สิ่งประดิษฐ์เทวะธรรมดาจะสามารถต้านทานได้

 

“ซูเฉิน ในเมื่อเจ้าไม่สามารถทะลวงการป้องกันของข้า เช่นนั้นพวกเราควรหยุดกันแค่นี้ดีหรือไม่?”

 

ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ครั้งนี้ไม่คิดกระตุ้นซูเฉิน

 

เพราะแม้การโจมตีครั้งนี้ของซูเฉินจะทำอะไรเขาไม่ได้ แต่เจ้าตัวก็ยังเกิดความกังวล ว่าหากซูเฉินทุ่มหินแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าระฆังจักรพรรดิจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็คงไม่สามารถทนทานต่อการโจมตีเช่นนี้นับร้อยนับพันครั้งได้

 

ฉีมู่เฟิงลอบสงสารหวูโหยว ซูเฉินยังมีกระบวนท่าสังหารที่ทรงพลังอีกสองท่ายังไม่ได้ใช้

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาเทพเซียนอย่างการผสานเวทย์น้ำแข็งกับไฟ กระทั่งหานเจี้ยนฉีก็ยังถูกฆ่าตายในกระบวนท่าเดียว แล้วระฆังจักรพรรดิจะสามารถทานทนได้อย่างไร?

 

หากซูเฉินโกรธจนใช้งานกระบวนท่านั้น เกรงว่าไม่เพียงแต่ระฆังทอง แต่ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวคงจะกลายเป็นเถ้าธุลี!

 

“ไอ้พวกที่บอกให้ฉันยอมเลิกรา จนถึงตอนนี้ตายไปแล้วยังไม่ได้กลับมาเกิดใหม่กันซักคน!”

 

ซูเฉินแค่นเสียงเย็น ย่ำขึ้นไปในอากาศทีละก้าว ก่อนเริ่มแยกตัวจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ …

 

พริบตาเดียวภูติเงาทั้งสิบปรากฏตัวขึ้น ตามด้วยซูเฉินคนที่สองที่เหมือนร่างจริงทุกประการ ห้อมลอมระฆังจักรพรรดิ เตรียมทุ่มโจมตีในคราเดียว

 

ซูเฉินเปิดใช้งาน [ทักษะต่อสู้หมื่นแสงสิบเงาสะท้อน] พร้อมเรียกจิตจำลองออกมา

 

พริบตานั้นเอง ซูเฉินทั้ง 12 คนโจมตีพร้อมกัน คาถาแต่ละสาย อาวุธเทวะแต่ละเล่ม ถล่มลงมาท่วมฟ้าพลิกแผ่นดิน

 

“นี่มันวิชาเทพเซียนอะไรกัน!?”

 

เผชิญหน้ากับการโจมตีราวกับพายุฟ้าคะนองของซูเฉิน หวูโหยวตะลึงลาน เป็นครั้งแรกที่เขาเกิดความแคลงใจในพลังป้องกันของระฆังทอง กังวลว่ามันจะทานรับไหวหรือไม่?

 

6/10

 

Ep.916

 

บรึ้มมมม!

 

ตามด้วยเสียงสะเทิ้นฟ้าสะเทือนดิน ระฆังจักรพรรดิทองคำถูกกดลงกับพื้น จมลึกลงไป เกิดรอยปริร้าวมากมายตามผิวนอกของมัน แสงสีทองอร่ามเริ่มหมองลง เกิดความเสียหายร้ายแรง

 

ด้วยสถานการณ์นี้ บ่งบอกชัดว่ามันไม่สามารถต้านทานกระบวนท่าสังหารของซูเฉินได้อีกต่อไป

 

“เหล่าหวู ยังจะสู้กันอีกไหม?” ซูเฉินเอ่ยถามเสียงเรียบ

 

แม้ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวจะอวดดีไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วเป็นคนไม่เลวเลย เป้าหมายหลักของซูเฉินคือหินต้นกำเนิดพลังงาน ไม่ได้อยากจะฆ่าเขา

 

“ไม่สู้แล้ว ข้าขอยอมแพ้” หวูโหยวปีนออกจากหลุมลึก สีหน้าซีดเผือด สภาพน่าอนาถมาก

 

ระฆังจักรพรรดิธรรมคำตกอยู่ในสภาวะเกือบพังทลาย แล้วแบบนี้เขาจะสู้กับซูเฉินไปอีกทำไม?

 

หากยังดื้อรั้น เกรงว่าคงไม่อาจรักษาชีวิตน้อยๆไว้ได้อีก

 

“เหล่าหวู ตามที่ตกลงกัน ท่านควรมอบหินต้นกำเนิดพลังงานให้ผม ถูกไหม?”

 

ซูเฉินไม่เหยียบย่ำซ้ำเติม แต่เรียกร้องหินต้นกำเนิดพลังงานโดยตรง

 

สีหน้าของหวูโหยวกลายเป็นแดงก่ำ กัดฟันกล่าวว่า “หินต้นกำเนิดพลังงานขั้น 9 ข้ามอบให้เจ้าทั้งร้อยก้อนเลยก็ได้ แต่หินขั้น 10 ข้ามีแค่สี่สิบก้อน ทว่าเจ้าวางใจได้ ข้าสามารถทดแทนด้วยสิ่งอื่นได้”

 

ยินดีที่จะจ่ายเดิมพันและยอมรับความพ่ายแพ้ ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวมีนิสัยที่ไม่เลวเลย

 

ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย

 

“งั้นไม่เป็นไร ผมเอาแค่นี้ก็พอ”

 

อัพเกรด [รถศึกอัจฉริยะ] ต้องใช้หินพลังงานขั้น 9 สามสิบก้อน และขั้น 10 ก็ต้องใช้อีกสามสิบก้อนเช่นกัน ส่วนที่เหลืออีกสิบก้อน ซูเฉินจะติดตั้งมันลงใน [นักรบจักรกล]

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม ด้วยของเดิมพันที่หวูโหยวมอบให้ มันมากพอแล้วที่จะทำให้ซูเฉินพอใจ

 

“แบบนั้นมันจะดีหรือ?” ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวกระดากอายเล็กน้อย

 

“คำไหนคำนั้น ขอแค่ผู้อาวุโสมอบมันให้ผมก็พอ” ซูเฉินให้คำมั่น

 

หวูโหยวไม่ลังเลอีกต่อไป หยิบถุงเก็บของขึ้นมาแล้วโยนให้ซูเฉิน

 

ซูเฉินนับจำนวนดู หลังจากยืนยันว่าถูกต้อง เขาก็ยิ้มและกล่าวว่า “ผู้อาวุโส ถ้างั้นผมไม่รบกวนท่านแล้ว”

 

สิ้นเสียง เขาก็เดินกลับ [รถศึกอัจฉริยะ] พร้อมกับฉีมู่เฟิง

 

วัตถุประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้บรรลุผลแล้ว เขาต้องรีบไปช่วยหานคุนและคนอื่นๆต่อในทวีปเผ่าอสูร

 

ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยปากว่า “ซูเฉิน ช้าก่อน”

 

“ยังมีอะไรอีก?”

 

ซูเฉินชะงักฝีเท้า หันกลับมามองหวูโหยว

 

“ซูเฉิน เจ้าได้ล่วงเกินนักพรตเทียนซ่านใช่หรือไม่?” หวูโหยวเลียบเคียงถาม

 

นักพรตเทียนซ่าน?

 

ซูเฉินค่อยๆหรี่ตาลง ในดวงตาทอประกายเย็นวาบ

 

ในเขตแดนลับเทือกเขาหยุนหลัว นักพรตเทียนซ่านเคยส่งยอดฝีมือระดับเทวะ 5 คนมาดักซุ่มโจมตีเขา

 

สามารถพูดได้เลยว่า นักพรตเทียนซ่านได้ถูกใส่ลงในรายชื่อสังหารของซูเฉินแล้ว

 

“ผมเคยปล้นของของเขาครั้งหนึ่ง และเขาก็เคยส่งคนมาฆ่าผม”

 

ซูเฉินไม่ได้ปิดบัง กล่าวอย่างเฉยเมย

 

ปล้นของของนักพรตเทียนซ่าน?

 

ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวถึงกับอ้าปากค้าง ลอบคิดในใจว่าซูเฉินช่างกล้าหาญจริงๆ แม้แต่สมบัติของเทียนซ่านยังกล้าแย่ง!

 

“ซูเฉิน หากเจ้าเข้าสู่มิติภายนอก จงระวังตัวด้วย นักพรตเทียนซ่านกำลังรวบรวมคนมาจัดการกับเจ้า”

 

ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวถอนหายใจ พลางเตือนสติเขา

 

เหตุผลที่ต้องบอกเรื่องนี้ ประการแรกเพื่อขอบคุณสำหรับความเมตตาของซูเฉิน ประการที่สองเพราะเขาพิจารณาแล้ว ว่าตราบใดที่ซูเฉินยังไม่ตาย ไม่ช้าก็เร็วจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งชั้นสูง ไม่แน่ว่าอาจเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตเทพเจ้าในตำนานก็เป็นได้ เจ้าตัวจึงคิดฉวยโอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้วย

 

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเตือน” ซูเฉินกล่าวขอบคุณ

 

นักพรตเทียนซ่านต้องการจัดการเขาในมิติภายนอก เรื่องนี้คือสิ่งที่เขาคาดเดาไว้นานแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวถึงกับยอมเอ่ยเตือนตน แม้นี่อาจเสี่ยงต่อการล่วงเกินนักพรตเทียนซ่าน ถือว่าซื้อใจเขาได้จริงๆ