5/10

 

Ep.595

 

ดวงตาของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่สะท้อนประกายอันลึกล้ำ รอจนซูเฉินเข้าประชิด บนนิ้วทั้งห้าของเขาปรากฏแสงสลัว ฉกคว้าไปเบื้องหน้า

 

แต่ในเวลานั้นเอง พลังที่มองไม่เห็นพลันโถมกดเข้ามา ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของเขาเชื่องช้าซบเซา

 

“ก็แค่ทักษะแมลงหวี่แมลงวัน!”

 

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ยิ้มดูแคลน ทันใดนั้นเกล็ดสีดำผุดขึ้นตามร่างกายเขา ประกายทมิฬสว่างวาบ พลังที่มองไม่เห็นที่โถมกดลงมา แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ

 

เขารู้อยู่แล้วว่าซูเฉินคือผู้ฝึกตนทุกอาชีพ จึงเตรียมวิธีป้องกันพลังจิตของซูเฉินเอาไว้ล่วงหน้า

 

“แข็งแกร่งมาก!”

 

ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ณ ตอนนี้ เขาตระหนักแล้วว่า เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ไม่ใช่แค่ผู้ฝึกตนเลเวล 9 ธรรมดาอย่างที่คิด และมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าน่าจะเคยเข้าสู่มิติท้ารบ และปลุกพลังพิเศษบางอย่างขึ้นมา

 

ขณะที่กรงเล็บของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่กำลังคว้าถึงตัว แสงสีม่วงกระพริบวาบใต้เท้าซูเฉิน เปลี่ยนร่างเขาให้กลายเป็นพร่ามัว หายวับไปจากที่เดิมในพริบตา

 

การโจมตีของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่จ้วงโดนเพียงอากาศที่ว่างเปล่า เจ้าตัวตระหนักว่าพลาดแล้ว สัญชาตญาณร้องเตือนถึงอันตราย

 

กระนั้น ไม่รอให้เขาตอบสนอง ซูเฉินก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังแล้ว พร้อมกุมดาบสงครามสีดำสนิทไว้ในมือ ฟาดฟันตัดอากาศลงมา

 

เห็นแค่เพียงกระแสคลื่นสีขาวแระพือออกจากมัน กวาดตรงไปยังเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่

 

แทบจะในพริบตาเดียว อุณหภูมิระหว่างสวรรค์และโลกลดต่ำลงถึงจุดเยือกแข็งอย่างรวดเร็ว ราวกับบริเวณรอบๆถูกดูดเข้าสู่ดินแดนหิมะ ความหนาวเหน็บอันน่าสะพรึงแผ่ซ่านไปทุกทิศทาง

 

เผ่าราชวงศ์อสูรที่มีระดับฐานฝึกตนต่ำ มิอาจต้านทาน ถูกแช่แข็งกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง ในชั่วพริบตาเดียว ชาวราชวงศ์อสูรหลายร้อยตนเสียชีวิตลงทันที

 

“ช่างเป็นเวทมนต์น้ำแข็งที่ร้ายกาจจริงๆ”

 

เหล่าผู้แข็งแกร่งรอบด้านต่างถอยร่นออกมา อยู่ห่างจากบริเวณที่ไอเยือกแข็งเข้าปกคลุม

 

แม้เวทมนต์น้ำแข็งที่ซูเฉินปลดปล่อยออกมาจะไม่ได้มุ่งเป้ามาที่พวกมัน แต่ก็ยังสร้างภัยคุกคามอย่างร้ายแรง

 

“อาเฮียซูเองก็เป็นปรมาจารย์มนตราธาตุน้ำแข็งด้วยหรือ? แถมยังทรงพลังถึงขนาดนี้??”

 

เซี่ยจิงอี้อ้าปากค้างจนลืมหุบ สีหน้าท่าทีเหม่อลอย

 

ซูเฉินอายุ 17 ปี แต่สามารถเป็นผู้วิวัฒนาการเลเวล 7 ได้ นี่ก็น่าเหลือเชื่อมากพอแล้ว ไม่นึกฝันเลยว่าเขาจะเป็นปรมาจารย์มนตราเช่นกัน

 

ถัดจากเธอ เฉินเฟิงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

 

เพราะยิ่งซูเฉินแข็งแกร่ง นั่นหมายความว่าพวกเขายิ่งมีหวังที่จะรอดชีวิต

 

อีกด้านหนึ่ง

 

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่สัมผัสได้ถึงเจตจำนงอันเย็นเยียบที่กำลังกวาดเข้ามา ร่างเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

 

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงเลือกสู้ไม่ถอย พุ่งเข้าหาไอเยือกแข็งอย่างกล้าหาญ

 

กระแสคลื่นขาวเชี่ยวกราด ห่อหุ้มเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่เอาไว้ ขณะที่กำลังจะเปลี่ยนร่างเขาให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง เกล็ดสีดำบนร่างพลันเปล่งแสงสีดำออกมา แทบจะในทันทีหลังจากนั้น เส้นแสงสีดำนับหมื่นทิ่มแทงออกจากมัน เจาะทำลายก้อนน้ำแข็งที่หมายจะห่อหุ้มร่างกาย

 

“ฮ่าๆๆๆๆ เจ้าหนู ไม่มีดีกว่านี้แล้วหรือ? ยังเหลืออะไร จงรีบงัดออกมาใช้ให้หมด!”

 

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่สะบัดเศษน้ำแข็งบนร่าง หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

 

ขณะเดียวกัน ดวงตาของซูเฉินค่อยๆหรี่ลง ฟัน [ดาบเสริมมนตรา] ออกไปข้างหน้าอีกครั้ง

 

เปรี้ยงงงง!

 

ภายใต้เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า เห็นแค่เพียงกระแสสีฟ้าม้วนเป็นเกลียว เจตจำนงแห่งอสนีบาตอันน่าสยดสยองแผ่กระจาย ชวนให้ผู้คนโดยรอบรู้สึกเหมือนตกอยู่ท่ามกลางพายุสายฟ้า

 

“อาเฮียซูเองก็เป็นปรมาจารย์มนตราธาตุสายฟ้าด้วย?”

 

เฉินเฟิงและเวี่ยจิงอี้ตะลึงลานกับท่าโจมตีของซูเฉิน

 

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเวทย์สายฟ้าที่มีอานุภาพทำลายเทียบเท่ากับเลเวล 10 เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ไม่กล้าใช้ร่างกายเข้าต่อต้านอีกต่อไป

 

เห็นแค่เพียงเจ้าตัวฉีกยิ้มชั่วร้าย กระบี่ยักษ์สีน้ำตาลดินปรากฏขึ้นบนมือเขา ในจังหวะที่สายฟ้าฟาดเข้ามา สองมือกุมกระบี่แน่นแล้วตวัดสวนออกไป

 

6/10

 

Ep.596

 

เสียงชิ้งงงง! ดังแสบหู

 

ภายใต้การฟาดฟันของกระบี่ยักษ์สีน้ำตาล พายุสายฟ้าราวกับแผ่นกระดาษบาง ถูกผ่าครึ่ง แตกกระเซ็นทันที

 

“มนุษย์! –ตาย!!”

 

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ฉีกยิ้มเดือดดาล สาวเท้ายาวๆเข้ามา ร่นระยะห่างระหว่างเขากับซูเฉิน

 

กระบี่ยักษ์สีน้ำตาลดินในมือเขาวาดเป็นเส้นโค้งอันงดงาม กวาดมาทางซูเฉิน

 

กระบี่ยังไม่ทันถึงตัว แต่เจตจำนงอันน่าหวาดผวาของมันกระแทกใส่ซูเฉินก่อนแล้ว สร้างแรงกดดันแก่เขาเป็นอย่างมาก

 

ในช่วงเวลาวิกฤตินี้ ซูเฉินเอื้อมมือออกไปและชูมันขึ้น

 

ระหว่างนั้นเอง ภูเขาหลากสีปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ขวางกั้นเส้นทางกระบี่ยักษ์ที่กำลังฟาดฟันลงมา

 

บังเกิดเสียงเคร้งงงง! ดังกึกก้อง

 

กระบี่ยักษ์สับลงอย่างแรงบน [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] ลำแสงห้าสายแกว่งไกว ภูเขาทั้งลูกถูกสั่นคลอน

 

ขณะเดียวกันกระบี่ยักษ์ถูกสะท้อนกลับขึ้นไปในอากาศ ตัวกระบี่สั่นไหว ส่งเสียงครวญออกมาเล็กน้อย

 

“นี่เจ้ามีสิ่งประดิษฐ์เทวะอยู่ด้วย!?”

 

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ชักกระบี่กลับ ดวงตาจับจ้อง [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] สีหน้าการแสดงออกกลายเป็นเคร่งขรึมจริงจัง

 

“แสดงว่ากระบี่ยักษ์ของแกก็น่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะงั้นสินะ?” ซูเฉินหรี่ตาลง แสงเย็นวาบทอประกายในตาเขา

 

กระบี่ยักษ์เล่มนั้น สามารถทำให้ [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] สั่นคลอนได้ในการโจมตีเดียว เห็นได้ชัดว่าระดับของมันไปถึงขั้นเทวะแล้ว

 

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่แค่นเสียงฮึ่ม ลอบมองไปรอบทิศทาง เมื่อเห็นว่าลูกน้องเขากำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างร้ายแรง ใบหน้าเขาก็คล้ายมีหมอกทะมึนผุดขึ้นมา

 

แต่เดิม เขายังนึกว่าลูกน้องตนจะสามารถรับมือกับสัตว์เลี้ยงวิญญาณของซูเฉินได้ จากนั้นก็เข้าปิดล้อมซูเฉิน ร่วมมือกันสังหารศัตรูกับเขา

 

แต่ไม่คาดหวังเลย ว่าสัตว์เลี้ยงวิญญาณของซูเฉินจะมีกำลังรบมากถึงขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วงสีทองตัวใหญ่ มันอาศัยความแข็งแกร่งที่มี เอาชนะชาวราชวงศ์อสูรเลเวล 8 และสัตว์ขี่เลเวล 8 ได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง

 

กำลังรบของมัน จะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

 

นอกจากนี้ ยังมีซอมบี้ที่เปล่งแสงสีทองอีกตัว แม้ว่านั่นจะเป็นแค่เลเวล 7 แต่กลับครอบครองร่างกายที่แข็งแกร่งทนทานมากๆ สามารถเพิกเฉยต่อการโจมตีทั้งปวง ปะทะกับชาวราชวงศ์อสูรเลเวล 8 อีกตน และโค่นลงได้

 

เห็นฉากนี้ เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ตระหนักว่าไม่สามารถรอได้อีกต่อไป

 

เพราะหากลูกน้องของเขาล้มตายหมด สุดท้ายจะเป็นตัวเองที่ถูกรุมล้อม และพ่ายแพ้ในที่สุด

 

“มนุษย์! เจ้าพอมีความสามารถอยู่บ้างจริงๆ อย่างไรก็ตาม ยังด้อยกว่าข้านัก วันนี้ ข้าจะแสดงให้เจ้าได้เห็นเอง ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงคืออะไร!” เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ตะโกนด้วยความโกรธ

 

สิ้นเสียง เห็นแค่เพียงแสงสีดำกระพริบวาบไปทั่วร่างเขา เกราะเกล็ดดำเหล่านั้น เสี้ยววินาทีเดียวผุดงอกหนามแหลมทมิฬ

 

ในขณะเดียวกัน ปราณชั่วร้ายอันบ้าคลั่งรุนแรงแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายเขา

 

“นั่นวิชาลับของเผ่าราชวงศ์อสูร –วิชารวมอสูร!”

 

เมื่อเห็นว่าเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด ใบหน้าของเฉินเฟิงแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก ร้องอุทานด้วยความตกใจ

 

เขาได้ยินข่าวลือมา ว่าวิชารวมอสูร คือวิชาต้องห้ามของเผ่าราชวงศ์อสูร การเปิดใช้งานวิชานี้ คือการหลอมรวมตัวเองกับสัตว์กลายพันธุ์เข้าด้วยกัน

 

แม้ได้รับความแข็งแกร่งขึ้นเป็นสองเท่า แต่ห้วงอารมณ์และสติปัญญาจะไม่เหมือนเดิม กลายเป็นอาฆาตแค้น ไล่สังหารไม่หยุด

 

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ต่อให้เป็นคนในครอบครัวเดียวกันปรากฏตัวขึ้นต่อหน้า ก็ยังถูกสังหารอย่างไร้ปราณี

 

และเพราะเหตุนี้เอง วิชารวมอสูรจึงถูกจัดเป็นวิชาต้องห้ามของเผ่าราชวงศ์อสูร

 

“เฮียซู รีบหนีเร็ว!”

 

ภายใต้สถานการณ์วิกฤติ เฉินเฟิงเป็นกังวลมาก ร้องตะโกนเสียงดัง

 

ณ ขณะนี้ หลังจากที่เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ใช้วิชาดังกล่าว ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายน่าจะทะยานไปถึงเลเวล 10 เดิมซูเฉินยังพอฟัดพอเหวี่ยงกับเขา แต่ตอนนี้ไม่มีทางสู้ได้อย่างแน่นอน

 

กระนั้น ซูเฉินกลับนิ่งงันไม่หวั่นไหว เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่มีไพ่ตาย เขาเองก็มีไพ่ตายเหมือนกัน–

 

–หลังจากได้รับชิ้นส่วนเป็นต้นมา คนที่มีคุณสมบัติมากพอให้เขาหันหลังหนี ยังไม่เคยปรากฏขึ้น!