โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.318 – ซ้อนแผน

 

ในแววตาของเหลียงกันฉายชัดถึงความหนักใจ

 

แต่เจ้าตัวก็ยังยืดคอตรง เอ่ยอย่างมั่นใจ “ฉันหนีที่ไหนกัน? นี่ดูเหมือนฉันหนีงั้นหรอ”

 

เหลียงกันยังไม่ออกจากห้อง ฉะนั้นย่อมไม่ถือว่าหนี เขากล่าวอย่างไว้ตัว ขณะเดียวกันก็คอยสอดส่องฉินเฟิง

 

“แต่ดูเหมือนว่า เรื่องของฉันเองก็ถูกเปิดโปงตั้งนานแล้วเหมือนกันนี่ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แล้วทำไมผู้ว่าการฉินถึงยังปล่อยฉันไว้ ไม่เข้าใจจริงๆ” เหลียงกันเอ่ย

 

ฉินเฟิงพยักหน้าอย่างสบายๆ และกล่าว “คุณยังจำชายที่ชื่อเฉินหมิงได้ไหม?”

 

“เฉินหมิง?”

 

แน่นอน ในช่วงเวลาสั้นๆเหลียงกันจำไม่ได้!

 

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ชื่อที่กล่าวมามีบทบาทเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เฉินหมิงถูกส่งไปอยู่กับหลินไคโดยเหลียงกัน คอยเป็นลูกน้องหลินไค ขณะเดียวกันก็คอยสอดแนมหลินเซิง แต่สุดท้ายฉินเฟิงกลับทำลายตระกูลซิน และกลับเฉิงเป่ยไปกำจัดคนวางแผนอย่างหลินไค ทุกอย่างเลยจบลง

 

ด้วยประการฉะนี้ ชื่อ ‘เฉินหมิง’ เลยจมหายไปกับเรื่องนี้ด้วย

 

ทว่าความทรงจำของผู้ใช้พลังเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก แม้ผ่านมานานแล้ว แต่ขอเวลาแค่ไม่นาน เหลียงกันก็สามารถจดจำเฉินหมิงได้

 

มองไปยังท่าทีของเหลียงกันที่เหมือนจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ฉินเฟิงก็เริ่มเอ่ยต่อ “เขาคือเพื่อนร่วมชั้นของผม เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยกัน แต่กลับถูกทำลายจิตใจจนป่นปี้โดยพวกคุณองค์กรมืด!”

 

ไม่ว่าจะเป็นชีวิตก่อนหน้าหรือชีวิตนี้ ก็เป็นองค์กรมืดที่กระตุ้นความละโมบในจิตใจของเฉินหมิง เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นปีศาจร้าย

 

และผู้ที่ประสบภัยจากปีศาจร้าย แน่นอนว่าเป็นฉิงเฟิง นอกจากนี้ยังมีเพื่อนร่วมชั้นอีกคนที่ถูกตัดขาไปในชีวิตนี้

 

“อย่าบอกนะว่านี่คือเหตุผลที่แกตัดสินใจทำลายห้องทดลองของพวกเรา?” เหลียงกันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

ฉินเฟิงหัวเราะ “ใช่ซะที่ไหนกัน มีเหตุผลอื่นๆอีกมากมาย พวกคุณละเมิดกฏหมายของกลุ่มพันธมิตรมนุษย์ ท้าทายขอบเขตทางศีลธรรม ชั่วร้ายถึงขนาดนี้ … แล้วจะไม่ให้ผมทำลายได้ยังไง!”

 

เหลียงกันกลายเป็นบื้อใบ้ เขาแตกต่างจากนักวิจัยในห้องทดลองเหล่านั้น โดยพื้นฐานแล้ว เหลียงกันเชื่อมั่นว่าองค์กร Z คือขุมกำลังใหญ่ขององค์กรมืด มิฉะนั้นไม่มีทางสร้างความเสียหายแก่อุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติ และลักพาตัวเด็กที่เพิ่งสามารถปลุกพลังให้ตื่นขึ้นมาได้

 

“แล้วตอนนี้ ผู้ว่าการฉินต้องการอะไร? คิดจะฆ่าฉันงั้นหรอ?” เหลียงกันลอบถาม ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย

 

เพราะมันไม่มีใครหรอก ที่ไม่หวาดกลัวความตาย

 

ฉินเฟิงหุบตาลง จมหายไปในความคิด

 

“ในเมื่อคุณจับได้แล้วว่าเป็นผมที่ทำลายห้องทดลอง คุณได้รายงานไปรึยัง?” ฉินเฟิงถาม

 

เหลียงกันแสยะยิ้ม กล่าวหนักแน่น “แน่นอน!”

 

ฉินเฟิงพยักหน้า “งั้นก็หมายความว่าพวกคุณมีการติดต่อกันจริงๆ บอกมา! ว่าผู้นำองค์กร Z เป็นใคร?”

 

เหลียงกันหุบปากอีกครั้ง

 

“จงมองมาที่ฉัน!”

 

จู่ๆก็มีเสียงของหญิงสาวเอ่ยแทรกทั้งสอง เหลียงกันไม่ทันตั้งตัว เผลอมองไปยังไป๋หลี

 

พริบตาเดียว วิสัยทัศน์ของเขาก็กลายเป็นพร่ามัว

 

“ใครคือผู้นำขององค์กร Z ”

 

“ฉันไม่รู้”

 

ฉินเฟิงกับไป๋หลีไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะองค์กร Z ชัดเจนว่าใช้รูปแบบการติดต่อสื่อสารแบบทางเดียว หรืออธิบายง่ายๆก็คือ ห้องทดลองระดับต่ำ จะไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้เกี่ยวกับห้องทดลองระดับสูง

 

พวกเขาเก็บซ่อนความลับได้เก่งมาก อีกทั้งน่าจะดำรงอยู่มาเป็นเวลานานแล้ว คาดว่าอาจเป็นหนึ่งในกองกำลังหลักที่คอยผลักดันองค์กรมืดให้ก้าวไปอีกขั้น

 

แต่การกระทำเช่นนี้ ขณะเดียวกันก็ยังนำไปสู่สถานการณ์ที่ค่อยๆถูกเปิดเผยออกมา

 

ก็ลองคิดดูสิ ว่าถ้าองค์กร Z อยู่มานานแล้ว ห้องทดลองของพวกเขาจะถูกตั้งขึ้นมานานแค่ไหนกัน , มีขนาดใหญ่เพียงใด? , กระจายตัวออกไปกี่แห่ง?

 

–จะไม่มีใครระแคะระคายเรื่องนี้เลยได้อย่างไร?

 

“งั้นคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าคุณคือใคร” ฉินเฟิงเปิดปากถาม

 

ไป๋หลีทวนถามซ้ำออกไป

 

เหลียงกันเอ่ยปาก และชื่อที่หลุดออกมา ทำให้ฉินเฟิงต้องประหลาดใจ

 

“โกวเกิง!”

 

ฉินเฟิงโบกมือ ไป๋หลีปลดอำนาจจิตของเธอ เหลียงกันฟื้นคืนสติอีกครั้ง

 

“พวก … พวกแกทำอะไรลงไป หรือว่านี่คือการใช้พลังสมาธิสะกดจิต!” เหลียงกันช็อก

 

เขาเป็นถึงผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล E ฉะนั้นถูกสะกดจิตไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อครู่ กระบวนทุกอย่างกลับเป็นไปอย่างรวดเร็ว พลังสมาธิของไป๋หลีแข็งแกร่งขนาดไหน ไม่อยากจะจินตนาการเลยจริงๆ

 

ฉินเฟิงหัวเราะเย็นชา “โกวเกิง ชื่อนี้ถ้าฉันจำไม่ผิด น่าจะเป็นกลุ่มองค์กรมืดในทะเลทรายทะเลเหนือ”

 

โกวเกิงเป็นผู้ใช้พลังเลเวล D มีทหารกล้ามากกว่า 20 คนอยู่ในทีมของเขา

 

เป็นการดำรงอยู่ที่ค่อนข้างยากหากจะจัดการ

 

เอาล่ะ ทีนี้ก็สามารถดำดิ่งลึกลงไปได้อีกขั้นแล้ว!

 

ภารกิจถัดไป คือการขุดรากถอนโคนกลุ่มนี้สินะ

 

“วันนี้ผมสัญญากับไป่เทียนหยางเอาไว้ว่าจะไม่ฆ่าคุณ ดังนั้นรีบไสหัวออกไปจากเมืองเฉิงหยางซะ!” ฉินเฟิงกล่าว พร้อมกับหันหลังกลับ เดินออกจากประตู

 

ไป๋หลีตามเขาไปติดๆ ทั้งสองออกจากป้อมปราการเล็ก และขับรถจากไป

 

ทั้งคนทั้งร่างของเหลียงกันชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น สักพักหนึ่งเลยกว่าเขาจะได้สติกลับมา จากนั้นเหลียงกันก็รีบกวาดข้าวของของตนอย่างรวดเร็ว หลังจากใช้เวลายาวนานหลายปีแฝงตัวอยู่ในเมืองเฉิงหยาง เขาสามารถเก็บแต้มสงครามได้มากมาย ได้รับสมบัติหลายอย่าง

 

เจ้าตัวนำทรัพย์สินทั้งหมดออกจากเมืองเฉิงหยางในชั่วข้ามคืน

 

ข่าวนี้ เข้าถึงหูของไป่เทียนหยางอย่างรวดเร็ว

 

“เหลียงกันเป็นคนขององค์กรมืดจริงๆงั้นหรือนี่?” ไป่เทียนหยางไม่อยากจะเชื่อ เพราะสุดท้ายแล้ว นั่นคือผู้ใต้บังคับบัญชาที่เขาใช้งานมาตลอดหลายปี

 

“ใช่ครับ ท่านเทศมนตรีต้องการให้พวกเราไล่ตามเขาไปหรือไม่?”

 

“ไม่ล่ะ ไม่จำเป็น ปล่อยเขาไป” ไป่เทียนหยางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “และถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับเรื่องเล็กๆน้อยๆนี่อีก ก็ไม่ต้องติดต่อมาหาฉัน”

 

“รับทราบท่านเทศมนตรี”

 

ไป่เทียนหยางไม่มีเวลากังวลเกี่ยวกับเรื่องภายในเมือง เขายังคงวุ่นอยู่กับการหาสมุนไพรวิญญาณในสันเขาถังซาน!

 

อันที่จริงแล้ว เมื่อเขามาถึงเลเวล D เรื่องราวภายในเมืองเจ้าตัวก็ไม่คิดสนใจอีกต่อไป เพราะตลอดมา ไป่เทียนหยางแทบไม่ได้อยู่ในเมืองเลย

 

ด้วยเหตุนี้เอง เลยเป็นธรรมดาที่เขาคร้านจะจัดการปัญหาวุ่นวายเกี่ยวกับมัน

 

และนี่เองคือเหตุผลที่ว่าทำไมฉินเฟิงถึงได้รับสถานชุมชนเฟิงหลีในตอนแรก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันก็แค่รอยแยกมิติเล็กๆ และต้องสู้กับซากศพจนคว้าชัยชนะ ซึ่งในสายตาของไป่เทียนหยาง แค่คิดถึงมันก็เสียเวลาแล้ว

 

 

ช่วงเวลากลางดึก

 

ทางทิศเหนือของเมืองเฉิงหยาง รถศึกล่องเวหาคันหนึ่งกำลังขับเคลื่อนไปตามถนนหลัก จากเส้นทาง ดูเหมือนว่าจะกำลังมุ่งหน้าไปยังสถานชุมชนผิงหยุน

 

สถานชุมชนผิงหยุนเชื่อมต่อกับทุกเส้นทาง ดังนั้น ตราบใดที่ไปถึง คุณก็จะสามารถออกจากอาณาเขตสามเฉิงได้โดยตรง และไม่อาจหาร่องรอยได้อีกต่อไป

 

ทุกท่านคาดเดาได้ถูกต้อง คนบนรถคันนั้น คือเหลียงกัน

 

ภายใต้แสงไฟส่องสว่างหน้ารถ จู่ๆก็มีร่างเงาสีดำ ปรากฏขึ้นบนท้องถนน

 

แสงไฟจากรถล่องเวหากวาดผ่านไป เนื่องจากมันลอยอยู่เหนือพื้นดินสองเมตร ดังนั้นแม้จะมีคนยืนขวางถนน รถก็ไม่จำเป็นต้องชะลอความเร็วลง

 

ทว่าในจังหวะนั้นเอง หัวใจของเหลียงกันกระตุกวูบ

 

วินาทีต่อมา ในวิสัยทัศน์ของเขาพลันท่วมไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้า

 

—เป็นเปลวเพลิงที่เจิดจรัส และร้อนแรงที่สุดที่เหลียงกันเคยได้เห็นมา!

 

พรึ่บ!

 

เพลิงฟ้าปกคลุมไปทั้งรถล่องเวหา

 

โหมดล่องเวหาถูกทำลายลงในคราวเดียว ร่วงตกลงข้างทาง

 

ถังพลังงานรั่วไหล เกิดปฏิกิริยาลุกไหม้ กลายเป็นระเบิดครั้งใหญ่!

 

ตูม!!!

 

“อ๊ากกกก!”

 

เหลียงกันร้องลั่น กระเด็นออกมาจากกองเพลิง ทว่าทั้งร่างของเขายังคงท่วมไปด้วยเพลิงสีฟ้า

 

ไม่นานนัก ร่างที่ท่วมไปด้วยเพลิงฟ้าก็ทิ้งตัวลง

 

จากในเปลวไฟ มองเห็นแค่เพียงปราณกำลังภายในของผู้ใช้พลังเลเวล D และใบหน้าที่แสนจะคุ้นเคย

 

—ฉินเฟิง!

 

“ทำไมกัน … ” เหลียงกันฝืนทนเอ่ยออกมาอย่างไม่ยินยอม

 

“ยังจำได้ไหม เมื่อวานฉันบอกไปว่า ‘วันนี้จะไม่ฆ่า’ แต่ตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้ว มันคือวันใหม่ ฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องรักษาสัญญาอีก!”

 

ฉินเฟิงไม่ใช่เด็กเหลือขอที่ไม่เข้าใจโลกยุคโลกาวินาศ

 

เขาทราบดีว่าเมื่อไหร่ควรฆ่า และเมื่อไหร่ไม่ควรฆ่า

 

ก่อนหน้านี้ที่ตนไม่ลงมือ เป็นเพราะไม่อยากมีปัญหากับไป่เทียนหยางเท่านั้น แต่ปัจจุบันเหลียงกันหนีออกมาแล้ว

 

เมื่อถึงจุดนี้ ไป่เทียนหยางย่อมไม่สนใจเขาอีก ฉะนั้นสามารถฆ่าได้โดยไม่มีปัญหาอะไรตามมา!

 

หลังจากยึดเอาอุปกรณ์รูนมิติของเหลียงกันแล้ว ฉินเฟิงก็มุ่งหน้ากลับสู่สถานชุมชนเฟิงหลี

 

วันถัดมา ข่าวที่ว่าฉินเฟิงสามารถยกระดับขึ้นเป็นเลเวล D ก็แพร่กระจายมาถึงสถานชุมชนเฟิงหลี

 

ไม่กี่วันก่อน ทุกคนในสถานชุมชนเฟิงหลียังไม่ทันหายตื่นเต้นที่ได้เห็นฮอลศึกกับตาตัวเองเลย

 

มาคราวนี้ พอมีข่าวว่าฉินเฟิงสามารถกลายเป็นเลเวล D ผู้คนก็อดภาคภูมิใจ และคาดหวังถึงความรุ่งโรจน์นับจากนี้ไปไม่ได้จริงๆ!