หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.95 – เปิดศาล

 

ดู่กู้ฉงนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ ดังนั้นไม่ว่าจะไปที่ใดก็ตาม สายตาของเธอก็มักจะสาดส่องและเฝ้าสังเกตอาวุธทุกชนิดด้วยความกระตือรือร้น และในเวลานี้ เธอก็ได้พบเจอกับอาวุธดาบที่แสนจะน่าสนใจ แถมชายผู้ครอบครองมันก็ยังน่าสนใจไม่แพ้กันเลย เธอจึงเอาแต่เฝ้าจดจ้องไม่วางตา คอยเก็บทุกรายละเอียดของทั้งคนทั้งดาบ

 

บนแท่นสูงปรากฏเสียงถอนหายใจหนักทึบ

 

ขณะที่บางคนก็เอ่ยกระซิบกระซาบกันอย่างแผ่วเบา

 

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่?”

 

“ในความรู้สึกของฉัน เขายังไม่แม้แต่จะใช้พละกำลังออกไปเต็ม 100 %ด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นพวกสัตว์ยักษ์คงตายไปแล้ว”

 

“ถ้างั้นให้ฉันลองเชิญท่านบรรพชนนักสู้มาจัดการเขาเลยดีไหม?”

 

“แบบนั้นไม่สมควร นั่นจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากและผลที่ตามมาก็ไม่อาจคาดเดาได้ คุณไม่มีทางรับไหวอย่างแน่นอน”

 

“เฮอะ เอางั้นก็ได้ ยังไงเสียวันนี้ก็เหมือนกับเอาเงินมาโยนเล่นลงแม่น้ำอยู่แล้ว”

 

แม้จิตวิญญาณแห่งนักพนันจะซึมลึกเข้าไปในสายเลือด ทว่าสองนักพนันคนดังกล่าวที่พูดคุยกัน ก็มิใช่ตัวโง่งม ที่กระทำการใดๆโดยไม่ยั้งคิดเช่นกัน

 

เรือลำเล็กๆแล่นกลับมายังชายฝั่ง ส่งกู่ฉิงซานกลับคืนสู่แท่นเวที

 

ดู่กู้ฉงจัดแจงเผ้าผมของเธออย่างรวดเร็ว เพื่อให้แน่ใจว่าภาพลักษณ์ในการพบเจอกันในระยะประชิดจะไม่เป็นปัญหาใดๆ ก่อนจะยืนขึ้นและยื่นมาออกไปทักทาย “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อว่า ดู่กู้ฉง”

 

กู่ฉิงซานชะงักไปเล็กน้อย

 

นี่มันผู้หญิงที่เขาพึ่งข่มจนหวาดกลัวไปเมื่อครู่ไม่ใช่หรือ เธอสมควรที่จะไม่อยากข้องแวะกับเขาสิ ทำไมถึงทำอะไรที่มันตรงกันข้ามแบบนี้?

 

กู่ฉิงซานเบนสายตาไปมองซางหยิงฮ่าวเป็นเชิงคำถาม แต่อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาโดยการยักไหล่

 

เขายื่นมือออกไปเชคแฮนด์และกล่าว “ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อกู่ฉิงซาน ต้องขอโทษสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วยนะ”

 

ดู่กู้ฉงเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยนบนใบหน้าของเธอและกล่าว “ไม่เป็นไรหรอก หลังจากที่ได้รู้ว่าคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น ฉันก็พอจะเข้าใจได้”

 

‘ธุรกิจ? ธุรกิจอะไร?’

 

กู่ฉิงซานเบนสายตาไปมองซางหยิงฮ่าวอีกครั้ง

 

แต่คราวนี้ซางหยิงฮ่าวกลับไม่สบตาเขา ทำทีเป็นหันไปชื่นชมทิวทัศน์ของทะเลสาบใต้ดิน

 

“ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าผมขออนุญาติถามหน่อยจะได้ไหมว่าคุณมาหาผมทำไม?” 

 

ดู่กู้ฉงยิ้มและกล่าว “ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันก็แค่จะมาทักทายและกำลังจะออกไป–”

 

ดูเหมือนเธอจะยังมีคำถามบางอย่างติดค้างอยู่ในลำคอ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยมันออกมา

 

กู่ฉิงซาน “เอ่อ ..?”

 

ดู่กู้ฉงได้สติกลับคืน เธอรีบเอ่ยต่อ “อ้อใช่ๆ ลักษณะของตัวดาบที่คุณใช้ช่างวิเศษจริงๆ มันดูให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากอาวุธทั่วๆไปอย่างสิ้นเชิง ส่วนตัวธนู แม้จะมีรูปทรงสามัญแต่กลับให้ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแก่ฉัน … เกือบลืมแนะนำไปเลย! ฉันเป็นผู้ผลิตอาวุธของสาธารณรัฐฟูซี หากคุณกำลังอยากจะสร้างหรือต้องการปรึกษาใดๆเกี่ยวกับเรื่องอาวุธ คุณสามารถมาหาฉันได้เลยโดยตรง ”

 

“ฉันคือมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษในด้านการปรับแต่งอาวุธน่ะ” เธอเอ่ยเสริม

 

กู่ฉิงซานรับรู้ได้ถึงเจตนาดีของอีกฝ่าย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าว “ไปหามันคงจะยุ่งยากเกินไป มันจะดีกว่าไหมถ้าพวกเราทิ้งข้อมูลติดต่อกันไว้ก่อน”

 

แววตาของดู่กู้ฉงเกิดประกายวาบผ่านเล็กน้อย คนๆนี้นับว่าทำได้ถูกต้อง ฝ่ายชายสิจึงสมควรเป็นฝ่ายเอ่ยกล่าวขอเบอร์ติดต่อของเธอ เพราะถ้าเธอถวายให้เขาเลยมันคงจะไม่งาม

 

เธอหยิบสมองควอนตัมส่วนบุคคลออกมาและทำการแลกเปลี่ยนเบอร์ติดต่อกับกู่ฉิงซาน

 

“ฉันไปล่ะ หวังว่าจะได้พบกันอีกนะ” เธอกล่าวคำอำลา

 

“อ่า หวังว่าจะได้พบกันอีก” กู่ฉิงซานกล่าว

 

ดู่กู้ฉงดูจะจากไปพร้อมกับความสุขใจ เมื่อบทสนทนาจบลง บริกรที่ยืนอยู่ข้างๆก็เดินเข้ามา

 

บริกรคนนี้ แตกต่างจากคนก่อนหน้า เขาเป็นชายที่ค่อนข้างจะมีอายุ แต่สีหน้าท่าทีของเขากลับให้ความรู้สึกที่ดูสงบ

 

“ท่านทั้งสอง โปรดรอสักครู่ เจ้านายของพวกเราต้องการที่จะพบพวกท่าน”

 

“ตกลง พวกเราจะรอ”

 

กู่ฉิงซานหันไปมองรอบๆ และพบว่านักพนันแต่ละคนกำลังทยอยลงจากแท่นเวทีกันอย่างช้าๆ

 

จากนั้นบริกรก็เดินตามคนเหล่านั้นออกไปทันที เขาขึ้นลิฟต์ และมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงคาสิโนชั้นบนสุด

 

ที่นี่สามารถมองเห็นฉากทิวทัศน์ในมุมสูงยามค่ำคืนที่แสนจะงดงามของเมืองหลวงได้อย่างชัดเจน และของตกแต่งภายในก็ดูหรูหราเป็นอย่างมาก

 

ภายในห้อง ชายเคราดกกำลังนั่งอยู่บนโซฟาใหญ่ ข้างกายทั้งสองฟากฝั่งประกบด้วยหญิงสาวหน้าตางดงาม หนึ่งกำลังรินไวน์ให้เขา อีกหนึ่งกำลังนวดไหล่ให้

 

หากกู่ฉิงซานและซางหยิงฮ่าวอยู่ที่นี่ ทั้งสองจะต้องตระหนักได้อย่างแน่นอน ว่าคนๆนี้ก็คือบรรพชนนักสู้คนที่พึ่งปรากฏตัวขึ้นในทะเลสาบเมื่อไม่นานมานี้นั่นเอง

 

“เจ้านาย การเดิมพันได้จบลงแล้ว” บริกรกล่าว

 

บรรพชนนักสู้รับแก้วไวน์มา ก่อนจะหย่อนน้ำแข็งลงไปก้อนหนึ่งและหมุนแก้วไวน์ไปมาอย่างแผ่วเบา 

 

บรรพชนนักสู้ขบคิดเพียงครู่จึงเอ่ยปากถึงอะไรบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ “ดีมาก รออีกสักพักก็แล้วกัน เมื่อเธอคนนั้นมาถึงค่อยว่ากันอีกครั้ง”

 

ไม่นานนัก สองนักสู้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาก็เดินเข้ามาพร้อมกล่าว “เจ้านาย แขกของท่านได้มาถึงแล้ว”

 

“พาเธอเข้ามา” บรรพชนนักสู้สั่ง

 

หลังจากผ่านไปไม่กี่นาที ดู่กู้ฉงก็ถูกนำตัวเข้ามายังที่นี่

 

บรรพชนนักสู้ยืนขึ้นและกล่าว “ยินดีต้อนรับปรมาจารย์หญิงผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธที่เคารพ”

 

“คุณขอให้ฉันมาที่นี่ทำไม ต้องการอะไร?” ดู่กู้ฉงเอ่ยถามตรงเป้าเข้าประเด็น

 

เจ้านายถูมือไปมาและกล่าว “ฉันต้องการทำอาวุธชิ้นหนึ่งให้ตัวเอง … ไม่สิ ต้องการทำอาวุธชุดหนึ่งน่ะ”

 

“ถ้าอย่างงั้นก็กรุณาเตรียมเงินเอาไว้ให้พร้อม  และก็อีกอย่าง โปรดให้ฉันได้เห็นถึงความสามารถของตัวคุณด้วย ชุดอาวุธที่สร้างจะได้ทรงพลังและเหมาะสมกับคุณมากที่สุด” ดู่กู้ฉงกล่าว

 

“แน่นอน ย่อมแน่นอน” เจ้านายกล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

เขากดเปิดจอมอนิเตอร์ และมองไปยังมัน

 

ปรากฏพื้นที่โดยรอบทะเลสาบใต้ดิน ผู้คนได้หายไปหมดแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงสองชายหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่อย่างเงียบๆ

 

“ใช่พวกเขาหรือเปล่า?” บรรพชนนักสู้เอ่ยถาม

 

“ใช่ครับ” บริกรกล่าวตอบ

 

“ไปกันเถอะ ไปพบกับผู้ชนะที่ได้รางวัลแห่งโชคลาภของวันนี้กัน” บรรพชนนักสู้กล่าว

 

กู่ฉิงซานและซางหยิงฮ่าวกำลังเฝ้ารออย่างร้อนใจ แต่แล้วในตอนนั้นเอง สายตาของพวกเขาก็เห็นชายเคราดกที่แผ่กลิ่นอายแข็งแกร่งกำลังเดินนำหน้าคนกลุ่มหนึ่งตรงเข้ามา

 

ดู่กู้ฉงชะโงกหน้าออกมาจากเบื้องหลัง โบกมือยิ้มทักทายให้แก่ทั้งสอง

 

“ท่านทั้งสอง ยินดีต้อนรับสู่คาสิโนของฉัน เป็นอย่างไรบ้าง ได้รับความสนุกสนานหรือไม่?” บรรพชนนักสู้นั่งลงตรงข้ามกู่ฉิงซานกับซางหยิงฮ่าว เอ่ยปากถาม

 

“บรรพชนนักสู้ที่เคารพ เกมของคุณช่างลุ้นระทึก และน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว” ซางหยิงฮ่าวขบคิดถึงคำที่สมควรจะพูดออกไปให้เหมาะสม ก่อนจะเอ่ย

 

บรรพชนนักสู้เป็นตัวตนที่มีสถานะสูงส่งยิ่ง แม้ซางหยิงฮ่าวจะมีทัศนคติไม่ดีต่ออีกฝ่าย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่เผยมันออกมา

 

“ถ้าพวกคุณชอบก็ดีแล้ว” บรรพชนนักสู้กล่าว ก่อนจะวางบัตรทองลงเบื้องหน้าของทั้งสอง

 

“นี่คือบัตรVIPของคาสิโนแห่งนี้ มันมีจำกัดอยู่เพียงแค่ 30 ใบเท่านั้น ฉันขอส่งมอบให้พวกคุณคนละหนึ่งใบ หวังว่าในอนาคตพวกคุณจะกลับมาเล่นที่นี่อีก และสนุกเพลิดเพลินไปกับมัน”

 

มีสิทธิประโยชน์แบบนี้ด้วยอย่างงั้นหรือ?

 

กู่ฉิงซานกับซางหยิงฮ่าวมันมาสบตากันวูบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่างพร้อมเพรียง “ขอบคุณมากท่านบรรพชนนักสู้ที่เคารพ”

 

บรรพชนนักสู้ผายมือออก ปากเอ่ยกล่าว “เรื่องเล็กน้อย ไม่นับว่าเป็นปัญหาอะไร แต่ฉันยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องจัดการ เพราะฉะนั้นคงไม่ได้ไปส่ง … เชิญ”

 

“ท่านที่เคารพ แล้วรางวัลใหญ่ของพวกเราอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ?” กู่ฉิงซานเอ่ยถาม

 

“นั่นน่ะเหรอ” บรรพชนนักสู้โบกมือ “มันก็เป็นเพียงแค่คำกล่าวลอยๆที่ใช้โฆษณาดึงดูดลูกค้าน่ะ อย่าจริงจังกับมันนักเลย”

 

กล่าวลอยๆ? หมายถึงโกหก? กู่ฉิงซานกับซางหยิงฮ่าวนิ่งค้างไปพร้อมกัน

 

เขาหันไปมองไปยังซางหยิงฮ่าวเป็นเชิงคำถาม

 

ซางหยิงฮ่าว “แมวดำไม่มีทางโกหก”

 

สีหน้าของกู่ฉิงซานพลันหม่นทะมึนลง

 

เขายอมฝืนกระทำการหลายสิ่งมามากมาย เพื่อที่จะได้บรรลุภารกิจของระบบเทพสงคราม แต่ขณะนี้ ทั้งๆที่เขากำลังจะรวบรวมมันได้ครบอยู่แล้วแท้ๆ แต่จู่ๆก็กลับไม่อาจได้มันมาครอบครอง ส่งผลให้อารมณ์ดีๆเมื่อครู่พลันผิดแผกออกไป

 

บรรพชนนักสู้มองไปยังท่าทีของเขา มุมปากยกสูงขึ้นเผยให้เห็นถึงร่องรอยของความเย้ยหยัน ปากเอ่ยกล่าว “มีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือ? ใช่ว่าคงไม่อยากกลับไปในสภาพครบ 32 ใช่หรือเปล่า?”

 

บรรพชนนักสู้โน้มตัวเอียงลงมา ยื่นหน้าออกไปใกล้ทั้งสอง กล่าวด้วยน้ำเสียงคุกคาม “ฉันกำลังติดต่อกับปรมาจารย์ด้านอาวุธให้ช่วยสร้างพวกมันอยู่พอดี และตอนนี้ก็กำลังขาดกระสอบทรายมนุษย์ซักสองกระสอบไว้ใช้เป็นตัวแสดงถึงทักษะการต่อสู้ของฉัน พวกคุณต้องการจะเสนอตัวมาเป็นหนูทดลองไหม?”

 

บรรพชนนักสู้นับได้ว่าเป็นตัวตนที่ครอบครองพลังทำลายล้างที่สูงยิ่ง มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ครอบครองเทคนิคเทียนซวนหรือผู้ที่ปลดผนึกธาตุทั้งห้าทั่วๆไปจะสามารถต่อต้านได้

 

ถึงแม้ว่าหากนับเป็นเกรด บรรพชนนักสู้จะอยู่ในเกรดที่ต่ำกว่าผู้ปลดผนึกธาตุทั้งห้าในด่านที่สี่ก็ตาม ทว่าในการต่อสู้เป็นตาย หากบรรพชนนักสู้ได้ทุ่มใช้ออกด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี เขาก็จะสามารถฉุดลากผู้ปลดผนึกธาตุทั้งห้าด่านที่สี่ให้ตายตกตามกันไปได้

 

กล่าวได้ว่า หากบรรพชนนักสู้คิดจะเข่นฆ่าผู้ใด นับว่าน้อยคนนักที่จะสามารถหยุดยั้งเขาได้

 

กู่ฉิงซานยิ้มออกมาทันทีและกล่าวอย่างช้าๆ “ด้วยความแข็งแกร่งของผม ผมสมควรจะเรียกท่านว่าอาวุโส แต่คาสิโนน่ะมันเป็นธุรกิจ และผมก็ยินดีที่จะเสี่ยงโชค ท่านเป็นคนทำธุรกิจนี้เองแท้ๆ แต่กลับไม่ยินดีที่จะปฏิบัติตามกฏข้อกำหนดนั่นทำให้ผม–”

 

‘ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องเคารพมึงอีกต่อไป’ คำกล่าวเหล่านี้ไม่ได้หลุดออกมา เช่นเดียวกับดาบของเขาที่กำลังจะเรียกออกมาอยู่แล้วทนโท่ แต่ก็ถูกหยุดเอาไว้เสียก่อน เพราะสมองควอนตัมที่จู่ๆก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

 

กู่ฉิงซานหยิบสมองควอนตัมออกมาและเหลือบมองข้อความบนมัน

 

ปรากฏเส้นแสงตัวอักษรขึ้นหนึ่งบรรทัดบนสมองควอนตัม  กู่ฉิงซานมองไปที่มัน พร้อมกับหางคิ้วที่กระตุกไม่หยุด

 

ในสายตาของเขา ความประหลาดใจค่อยๆเข้ามาแทนที่เจตนาฆ่าอันคุกรุ่นทีละน้อย ทีละน้อย

 

“คุณจะทำไมนะ?” บรรพชนนักสู้เกร็งกำปั้น ปากเอ่ยด้วยรอยยิ้มฉกาจฉกรรจ์

 

กู่ฉิงซานลุกขึ้นทันที และกล่าว “ไม่มีอะไรหรอก งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ”

 

“อ๋า?” ซางหยิงฮ่าวที่เตรียมจะระเบิดพลังฆ่าคนอยู่รอมร่อ แต่เมื่อประโยคนี้ถูกกล่าวออกมา กลิ่นอายสังหารจากทั่วทั้งร่างกายของเขาก็ค่อยๆซบเซาลง

 

กู่ฉิงซานลากตัวเขา และเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

 

บรรพชนนักสู้มองตาม กล่าวเย้ยหยัน “แท้จริงแล้วก็แค่พวกไก่อ่อน”

 

กำปั้นที่เกร็งแน่นของเขาค่อยคลายลง

 

“ดูใบหน้าซีดขาวของเจ้าสองหนุ่มนั่นสิ ได้พบกับฉันแต่ไม่หวาดกลัวจนร้องไห้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว ทว่าอย่างไรเสีย คาสิโนแห่งนี้ของฉันก็ยังยินดีต้อนรับลูกแกะตัวน้อยแบบพวกมันอยู่เสมอล่ะนะ” บรรพชนนักสู้หันไปทางดู่กู้ฉงและกล่าว

 

ดู่กู้ฉงเม้มริมฝีปาก เธอสัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติไป

 

นอกคาสิโน

 

ซางหยิงฮ่าวเอนตัวลงมองข้อมูลที่กระพริบอยู่บนสมองควอนตัมของกู่ฉิงซาน

 

“สวัสดี ชนชั้นสูงแห่งรัฐบาลกลาง–ซางหยิงฮ่าว ฉันคือเทพธิดากงเจิ้ง คุณช่วยกรุณายื่นหน้าห่างออกไปสักหน่อยจะได้ไหม ท่าทีตกตะลึงที่กำลังทำอยู่นั่นเอาไว้ทีหลังก่อนก็ได้ ตอนนี้พวกเราจะต้องทำการขึ้นศาลกันเสียก่อน โปรดกรุณาควบคุมความประพฤติของตนเอาไว้ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ชั้นศาลของรัฐบาลกลางด้วย”

 

“ขึ้นศาล?” ซางหยิงฮ่าวเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

 

“เป็นการขึ้นศาลในกรณีของ ‘ค่าชดเชยทางแพ่ง’ ที่เกี่ยวกับการส่งมอบทรัพย์สินภาคบังคับซึ่งจะขึ้นอยู่กับความประสงค์ของเจ้าหนี้ และเจ้าหนี้คนดังกล่าวที่ว่าก็คือมิสเตอร์กู่ฉิงซาน” เทพธิดากงเจิ้งตอบ

 

“ตอนนี้ศาลได้เปิดการไต่สวนแล้ว”

 

“ภายใต้กฏของอัตราการต่อรองในเกมแรก เมื่อครู่นี้ของใต้เท้าผู้ทรงเกียรติ กู่ฉิงซาน – เขาได้ทำการลงทุนเดิมพันไปถึง 10000 ล้านชิป และจำเป็นต้องได้รับรางวัลกลับคืนเป็นจำนวน 60000 ล้าน”

 

“อัตราการต่อรองจากการคำนวนในเกมที่สองของการเดิมพัน ใต้เท้าผู้ทรงเกียรติกู่ฉิงซานได้เดิมพันด้วยเงินจำนวน 60000 ล้านชิป ดังนั้นจึงสมควรได้รับเงิน 200000 ล้านชิปกลับคืนมาเป็นรางวัล”

 

“ตลอดทั้งกระบวนการดังกล่าว ทุกๆฉากได้ผ่านการรวบรวมข้อมูลหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตรวจพบว่า ลูกหนี้ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าชดเชยที่สอดคล้องกับจำนวนเงินดังกล่าว นอกจากหลักฐานทางด้านวิดีโอแล้ว ตัวฉันก็เป็นพยานในที่เกิดเหตุเช่นกัน ดังนั้นฉันจึงไปให้ปากคำตามในศาลด้วยตัวเอง เพื่อทำการพิจารณาคตีตามกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาลกลาง  ผลสรุปออกมาว่า จำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาคดี แต่จะต้องถูกบังคับให้จ่ายค่าชดเชยในทันที”

 

“ลูกหนี้ บรรพชนนักสู้โจวไค่หวู เป็นเจ้าของสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ …”

 

ลิสรายชื่อยาวลงมาเป็นหางว่าว

 

“ร้องขอใต้เท้าผู้ทรงเกียรติกู่ฉิงซาน ให้ทำการเลือกรับมอบทรัพย์สินของโจวไค่หวูที่ต้องการถ่ายโอน”

 

เมื่อสิ้นคำกล่าวของเทพธิดากงเจิ้ง สองหน่อที่ยืนฟังอยู่พลันกลายเป็นโง่งม

 

ซางหยิงฮ่าวขยับปากพึมพำ “นี่มันไม่ถูกต้อง ทำไมเทพธิดากงเจิ้งถึงมาคอยจัดการเรื่องอะไรพวกนี้ด้วย และที่สำคัญทำไมเธอถึงมาโผล่ที่คาสิโนแห่งนี้ได้ … ”

 

กู่ฉิงซานที่เงียบมานาน ในที่สุดก็ยิ้มออกมาทันใด

 

เขาชี้ไปยังชั้นบนสุดของคาสิโน

 

ซึ่งชั้นที่ชี้ ก็คือห้องที่เจ้านายของคาสิโนพักอาศัยอยู่

 

เทพธิดากงเจิ้งกล่าวอย่างรวดเร็ว “นับจากนี้ไป ชั้นบนสุดทั้งชั้นของตึกคาสิโน จะกลายเป็นทรัพสินย์ส่วนบุคคลของใต้เท้าผู้ทรงเกียรติกู่ฉิงซาน เริ่มทำการหักค่าธรรมเนียมการจัดการ ภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียมในด้านทนายความ คุณยังคงมีสินทรัพย์ที่สมควรจะได้รับหลงเหลืออีกเป็นจำนวนเงิน 199984.1 ล้านชิป โปรดดำเนินการเลือกในส่วนต่อไป”

 

ซางหยิงฮ่าวไม่รู้ว่าเมื่อครู่ตนเองหูฝาดไปหรือปล่าว เพราะระหว่างที่เทพธิดากงเจิ้งกล่าว ดูเหมือนน้ำเสียงของเธอจะเผยถึงร่องรอยของความสนุกสนานและตื่นเต้นออกมาจนสัมผัสได้ แม้จะเพียงเลือนรางก็ตามที

 

“ยอดเยี่ยม” กู่ฉิงซานกล่าว “ถ้างั้นก็ช่วยหักค่าแรงในส่วนที่ฉันกำลังจะขอเพิ่มเติมออกไปได้เลยนะ ในเมื่อชั้นบนสุดนั่นเป็นของฉันแล้ว … ถ้าอย่างงั้นก็จงระเบิดมันซะ!”