หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.91 – คาสิโน

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

 

กู่ฉิงซานกับซางหยิงฮ่าวยืนอยู่ตรงข้ามกับอาคารๆหนึ่ง

 

“กะแล้วเชียว” กู่ฉิงซานชี้ยังยังอาคารฝั่งตรงข้ามและกล่าว “ว่าสถานที่แห่งนี้ จะต้องมีของที่ฉันต้องการ”

 

อาคารฝั่งตรงข้ามของพวกเขาคืออาคารวิจัยที่สูงตระหง่านพร้อมกับป้ายที่แขวนอยู่เหนือประตูว่า

 

“กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งรัฐบาลกลาง”

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ๆมีการป้องกันที่เข้มงวดมากที่สุดของรัฐบาลกลาง มันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจำนวนมาก ที่ได้ถูกทดลองและเก็บรักษาเอาไว้

 

แต่ที่สำคัญก็คือ มันถูกคุ้มกันโดย 10 บรรพชนนักสู้!

 

นอกจากนั้นยังมีดาวเทียมเฝ้าระวังจอดอยู่นอกชั้นบรรยากาศเพื่อทำการสอดส่องอยู่ตลอดเวลา

 

พ่วงด้วยหุ่นรบสองกองพลขนาดย่อม ที่คอยลาดตระเวณตลอดเวลาและตลอดทุกสภาพอากาศ

 

เสริมด้วยหกยานรบประจัญบานที่แล่นตรวจตราอยู่เหนือน่านฟ้าในบริเวณใกล้เคียง

 

ทุกอย่างนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เทพธิดากงเจิ้ง มิให้เธอจำต้องเพ่งความสนใจมายังที่แห่งนี้ตลอดเวลา

 

ซางหยิงฮ่าวเงยหน้าขึ้นมองเรือรบประจัญบานที่กำลังบินผ่านน่านฟ้าและกล่าว “นั่นสินะ สถานที่นี้จะต้องมีชิ้นส่วนร่างกายของมอนสเตอร์สายพันธ์เอกภพอยู่อย่างแน่นอน เจ้าแมวดำพามาถูกที่แล้วล่ะ”

 

“แต่การจะเข้าไปภายในที่แห่งนี้ เกรงว่าราคาที่ต้องจ่ายออกมันคงจะสูงเกินไป” กู่ฉิงซานกล่าว

 

“ถูกของนาย” ซางหยิงฮ่าวนั่งยองๆลง วางมือลูบลงบนหัวเจ้าแมวดำและกล่าวอย่างอ่อนโยน “ที่รัก สถานที่แห่งนี้พวกเราคงเข้าไปไม่ได้หรอก เปลี่ยนที่กันเถอะ”

 

แมวดำจ้องมองทั้งสอง ก่อนจะเอียงคอไปยังกระทรวงวิทยาศาสตร์แห่งรัฐบาลกลาง และร้องหง่าวๆอย่างเกียจคร้าน

 

ซางหยิงฮ่าวจึงจำเป็นต้องป้อนพายไข่แดงให้มันอีกสองก้อน ไม่อย่างงั้นมันคงไม่ยอมไป

 

เจ้าแมวดำหมุนตัวกลับและวิ่งไปยังอีกทิศทางหนึ่ง

 

“ไปกันเถอะ”

 

“ตกลง”

 

ทั้งสองไล่ติดตามมันไป

 

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

 

ณ บ่อนคาสิโน

 

ภายในคาสิโนเต็มไปด้วยวุ่นวายแต่ก็มีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก

 

ซางหยิงฮ่าวเดินเข้ามาด้วยความประหลาดใจและหันไปมองรอบๆ

 

“มีอะไรงั้นเหรอ” กู่ฉิงซานถาม

 

“นี่ ‘พวกเขา’ สามารถทำได้แม้กระทั่งการครอบครองชิ้นส่วนมอนสเตอร์สายพันธุ์เอกภพงั้นหรือนี่?” ซางหยิงฮ่าวเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกค่อนข้างเหลือเชื่อ

 

“นายรู้จักที่นี่?” กู่ฉิงซานถาม

 

“รู้จักสิ แต่ก็ไม่ค่อยคุ้นเคยสักเท่าไหร่หรอก ที่แห่งนี้มันเคยเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนข้อมูลมาก่อนน่ะ” 

 

“แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเปิดตัวธุรกิจใหม่ซะแล้ว”

 

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังกล่าว สายตาก็เบนไปเห็นว่าเจ้าแมวดำกระโดดลงไปในส่วนของพื้นที่ใต้ดินและหายลับไป

 

“เจ้าแมวใช้ความสามารถของมันพาเรามาถึงแล้ว สิ่งที่นายต้องการสมควรจะอยู่ที่นี่แหละ”

 

ซางหยิงฮ่าวกล่าวและเอ่ยถาม “นายมีแต้มบุญรึเปล่า? การจะเข้าไปยังพื้นที่ส่วนกลาง นายจะต้องใช้แต้มบุญแลกชิปนะ”

 

“แต้มบุญงั้นหรอ ฉันมีไม่มากนักหรอก … แต่คิดว่าน่าจะเพียงพอ”

 

แม้ปากจะเอ่ยกล่าวแบบนั้น แต่ทั้งคนทั้งร่างของกู่ฉิงซานก็กลับกลายเป็นฮึกเหิมขึ้นทันที

 

เขาทำการแลกเปลี่ยนแต้มบุญกับชิปจำนวนมาก และบริกรก็รีบตรงเข้ามาหาทันที ก่อนจะนำพวกเขาไปยังลิฟต์ด้วยความเคารพ

 

มีลิฟต์ทั้งหมด 20 ตัวในห้องโถง และในขณะเดียวกันมันก็อนุญาติให้แขกหนึ่งกลุ่มเข้าไปต่อลิฟต์หนึ่งตัวเท่านั้น

 

บริกรกดปิดลิฟต์แล้วเอ่ยถาม “ท่านทั้งสองต้องการจะเล่นพนันแบบไหน?”

 

“พวกเรา– ”ซางหยิงฮ่าวกับกู่ฉิงซานหันมามองหน้ากัน

 

“เอาที่มันยิ่งพิเศษยิ่งดี” กู่ฉิงซานยิ้มให้บริกร

 

สายตาของบริกรเปลี่ยนเป็นคมกริบ และเหลือบไปมองกล่องชิปของทั้งสอง

 

ภายในกล่องมีชิปสีแดงจำนวนมากถูกซ้อนๆกันจนแทบล้น

 

บริกรยิ้มทันทีและกล่าว “รับรองว่าแขกผู้ทรงเกียรติจะไม่ผิดหวัง”

 

กล่าวจบ บริกรก็กดปุ่มบนลิฟต์

 

ชั้นใต้ดินที่70

 

ลิฟต์เลื่อนลงมาอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่นาน มันก็ค่อยๆชะลอความเร็วลงอย่างช้าๆ

 

ติ๊ง!

 

เสียงกริ่งดังฟังชัด ตามด้วยประตูลิฟต์ที่เปิดออก

 

ปรากฏทิวทัศน์ของทะเลสาบที่กว้างใหญ่

 

“ทะเลสาบใต้ดิน?” ซางหยิงฮ่าวกล่าว

 

ทั้งสองเดินออกจากลิฟต์ ถูกนำทางโดยบริกรไปนั่งลงบนแท่นเวทีสูง ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลสาบใต้ดิน

 

ตามแนวชายฝั่งทะเลสาบ มีหลายแท่นเวทีสูงวางเรียงรายอยู่ และก็มีผู้คนนั่งอยู่บนมันเช่นกัน

 

แท่นสูงเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าถูกเสริมความแข็งแกร่งเอาไว้ และบริเวณส่วนล่างของแท่นสูงที่ติดกับทะเลสาบ ก็มีระบบอาวุธป้องกันตัวถูกติดตั้งเอาไว้อีกด้วย

 

บริกรหยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมาขึ้นมาพูดคุย ก่อนจะหันมายังทั้งสอง “เกมจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า กรุณารอสักครู่”

 

อาหารว่างเลิศรสและไวน์ราคาแพงถูกนำขึ้นมาเสิร์ฟ

 

ทว่าทั้งสองไม่มีความสนใจใดๆ พวกเขาเลือกที่จะนั่งรออย่างเงียบๆ ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงของบริกรก็ดังขึ้น “เริ่มต้นได้”

 

จากนั้นก็พลันปรากฏร่างของคนๆหนึ่งโฉบลงไปยังทิศทางใจกลางทะเลสาบ

 

แต่ทะเลสาบนั้นกว้างใหญ่เกินไปจนคนที่กระโดดลงมาค่อยๆร่วงลงไปก่อนถึงใจกลางของมัน

 

แต่ใครจะรู้ ขณะที่กำลังร่วงหล่น จู่ๆเขาก็กลับหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนจะระเบิดพลังอันดุดันออกมา ย่ำลงในอากาศที่ว่างเปล่า และทะยานตรงไปยังเบื้องหน้าอีกครั้ง

 

แววตาของกู่ฉิงซานและซางหยิงฮ่าวพลันเปลี่ยนไป ทั้งสองเหลือบมองกันอย่างรู้ความนัยที่แฝงอยู่

 

ผู้ที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ที่มานี้ อยู่ในขอบเขตบรรพชนนักสู้!

 

หวูเต๋ายอดปรมาจารย์นักสู้ที่ต้องการพัฒนาไปยังขอบเขตนี้ จะต้องครอบครองความแข็งแกร่ง พรสวรรค์ และอย่างสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ คือโชค

 

บรรพชนนักสู้ร่อนลงไปยังแพไม้ใจกลางทะเลสาบ และวางอะไรบางอย่างบนไหล่ของเขาลง

 

นั่นมันชายคนหนึ่งที่กำลังหมดสติ

 

บรรพชนนักสู้กดลงบนร่างของชายคนนั้น ก่อนจะหันหลังกลับ และบินออกจากทะเลสาบไป

 

ร่างของชายไร้สติเริ่มกระตุก ก่อนที่เขาจะค่อยๆฟื้นขึ้นมาอย่างช้าๆ

 

ในเวลานั้นเอง บริกรก็กล่าวออกมาว่า “ท่านทั้งสองสามารถเริ่มเดิมพันชิปได้”

 

“แล้ววิธีการเล่นล่ะ จะเล่นกันยังไง?” ซางหยิงฮ่าวถาม

 

บริกรกล่าว “เวลาจะเริ่มนับจาก 0 วินาที ท่านจะต้องเดิมพันว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ไปได้นานแค่ไหน และมีขีดจำกัดสูงสุดอยู่ที่ 3 นาที หากครบ 3นาทีแล้ว ผู้ที่เดิมพันว่าเขายังคงรอดชีวิตก็จะชนะ”

 

“วันนี้จะมีทั้งหมดสามเกม และผู้ที่ชนะเดิมพันมากที่สุดจะได้รับรางวัลแห่งโชคลาภในวันนี้”

 

“อะไรคือรางวัลแห่งโชคลาภ?” ซางหยิงฮ่าวกล่าวถาม

 

“ในแต่ละวันมันจะแตกต่างกันออกไป วันนี้คือ ‘ชิ้นส่วนของมอนสเตอร์เอกภพ’ หรือ ‘คนแปลกประหลาด’คนหนึ่ง ทว่าท่านทั้งสองสามารถเลือกได้เพียงหนึ่งเท่านั้น” 

 

พวกเขาเหลือบตามองกันแว่บหนึ่ง

 

กู่ฉิงซานกล่าวเสียงกระซิบ “นายมีเทคนิคเทียนซวนที่ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”

 

ซางหยิงฮ่าวยักไหล่ “แต่ถ้าเราไม่ให้อาหาร มันก็ไม่ยอมทำงานน่ะนะ”

 

กู่ฉิงซานมองไปยังทะเลสาบและเอ่ยถาม “แล้วที่อยู่ใต้ทะเลสาบคืออะไร?”

 

ภายใต้น้ำทะเลสาบ หากสังเกตดีๆจะพบว่ามีเงาดำๆยาวหลายสิบเมตรกำลังหลบซ่อนตัวอยู่

 

“มันคือสัตว์ยักษ์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ได้รับการฟื้นฟูพันธุกรรม และกำลังหิวโหยไม่ได้กินอะไรมากว่า 2-3 วันแล้ว” บริกรเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

 

ณ ขณะนี้ บนแท่นสูงทางขวาของกู่ฉิงซานและซางหยิงฮ่าวก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งลุกขึ้นยืน ปากอ้าฉีกยิ้มจนกว้าง เขาโยนแก้วไวน์ที่บรรจุด้วยของเหลวสีแดงชนิดหนึ่งออกไป

 

และเขาก็ดูจะแข็งแรงใช้ได้ทีเดียว เพราะแก้วไวน์ร่วงตกลงไปยังตำแหน่งใจกลางทะเลสาบโดยตรงพอดิบพอดี

 

ของเหลวสีแดงหกทะลักออกมา และแพร่กระจายไปลงบนผิวทะเลสาบ

 

พร้อมกับเงาที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายใต้ แหวกว่ายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

ซางหยิงฮ่าวทำจมูกฟุดฟิด ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “นั่นมันเลือด”

 

“เฮ้ๆ ทำแบบนี้มันจะไม่เกิดปัญหาตามมาหรือไง?” กู่ฉิงซานหันไปถามบริกร

 

“ไม่นับว่าเป็นปัญหา เขาไม่ได้ฆ่าผู้ที่อยู่ในกลางทะเลสาบเองโดยตรง นอกจากนี้ นี่มันเป็นเพียงแค่การละเล่นสนุกๆเท่านั้นเอง” บริกรกล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

บนแท่นสูงทางขวา ชายวัยกลางคนร้องตะโกนโอ้อวดกับคนที่อยู่ข้างๆเขา “ดูนั่นสิ ร่างกายเขากำยำไม่เลวเลย แต่สุดท้ายพอโดนกัดมันก็จะขาดเป็นสองท่อน!”

 

ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขายกมือขึ้นปิดปากเบาๆ ก่อนจะหาวออกมาและเอ่ยอย่างเบื่อหน่าย “นั่นซีนะ มันน่ากลัวจริงๆ”

 

ผู้หญิงคนนั้นหันศีรษะของเธอ กวาดผ่านแท่นสูงด้านข้างอย่างไม่ตั้งใจ และบังเอิญไปเห็นกู่ฉิงซานกับซางหยิงฮ่าว

 

ชายทั้งสองคนนี้ดูมีเสน่ห์ไม่เลวเลยจริงๆ

 

เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยายามจ้องมองพวกเขาจากด้านข้างอย่างเอาจริงเอาจัง

 

ในดวงตาของหญิงสาวพลันสว่างวาบ

 

ด้วยลักษณะของซางหยิงฮ่าวที่หล่อเหลา องค์รวมดูมีการศึกษา สูงส่ง และน่าเคารพโดยธรรมชาติ บ่งบอกให้เห็นถึงตัวตนของเขาที่ต้องเป็นชนชั้นสูงขนานแท้

 

ส่วนกู่ฉิงซาน ยังดูเยาว์วัย มีคิ้วดูคมชัดและสง่างาม ทั้งคนทั้งร่างดูสะอาดสะอ้าน ยามจ้องมองให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ แต่กลับส่งแรงกดดันบางอย่างอันไม่อาจจะอธิบายได้ออกมา 

 

และแน่นอน ถูกเพ่งมองขนาดนี้ มันจะไม่เป็นการดึงดูดความสนใจจากทั้งสองได้อย่างไร

 

สำหรับซางหยิงฮ่าวน่ะไม่เป็นไรหรอก ในช่วงหลายปีมานี้ เขาถูกจับตามองโดยหญิงงามมากมาย เขาเหลือบหางตาไปเพียงเสี้ยวเดียวและไม่คิดเหลียวแลผู้หญิงคนดังกล่าวอีกเลย

 

ส่วนกู่ฉิงซาน ดูจะไม่อาจรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้ดีเท่าอีกฝ่าย จิตสัมผัสเทวะของเขารับรู้ได้อย่างเรือนลางว่ามีคนกำลังจ้องมองมาที่ตนเอง เขาจึงหันหัวไปอย่างรวดเร็ว มองไปยังแท่นสูงทางขวา

 

ใครกัน? ต้องการอะไร!?

 

เขากวาดสายตาไปยังผู้หญิงคนนั้นทันที

 

หญิงสาวที่ถูกกวาดสายตาลงโดยเขาเพียงแว่บหนึ่ง ทั้งร่างของเธอพลันตึงเครียดอย่างไม่ตั้งใจ จิตสำนึกราวกับถูกหยุดสั่งการจนเธอไม่อาจขยับเขยื้อนตัวได้

 

ในหัวของเธอพลันว่างเปล่าไปอย่างสมบูรณ์

 

ความรู้สึกนี้มันคล้ายกับในตอนที่เธอไปเที่ยวสวนสัตว์ ขณะที่ยังอายุได้เพียงหกขวบ และบังเอิญเธอได้ร่วงตกลงไปในโซนของสัตว์ร้าย ในขณะที่เธอฝืนลุกขึ้นยืน ก็พลันได้สบสายตากับสิงโตที่กำลังย่ำฝ่าเท้าเข้ามาอย่างช้าๆ  มันจ้องมองเธออย่างเงียบๆ เพื่อเตรียมที่จะขย้ำเป้าหมาย …