หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.82 – เผชิญหน้า

 

ภายในร้านกาแฟ

 

สภาพแวดล้อมโดยรอบเงียบสงบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย

 

“ชุดเกราะรบนี้ นายคงทุ่มเงินสร้างมันเป็นจำนวนมากเลยใช่ไหม? ฉันจะใช้คืนให้นะ” ซูเซี่ยเอ๋อกล่าวขณะเดียวกันก็หยิบเอาสมองควอนตัมส่วนบุคคลออกมาและเข้าไปในส่วนที่ใช้โอนเงิน

 

กู่ฉิงซานรีบหยุดเธออย่างรวดเร็ว

 

“เธอไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นหรอก และอีกอย่างฉันก็ไม่ได้ใช้เงิน แต่ฉันใช้แต้มบุญทำการร้องขอให้เทพธิดาเป็นผู้ช่วยน่ะ หลังจากสร้างเสร็จแล้ว เทพธิดาก็ตบรางวัลเป็นแต้มบุญล็อตใหญ่คืนให้ฉันอีกด้วย เรียกได้ว่าฉันแทบจะไม่ได้เสียอะไรเลย”

 

พอได้ฟัง ซูเซี่ยเอ๋อก็รู้สึกผ่อนคลายลง ภายในจิตใจรู้สึกโล่งอก

 

และเธอก็กลับเข้าสู่โหมดพูดคุย

 

“นี่นี่ แล้วทำไมปีกของเพลิงนางฟ้าถึงบางเบาขนาดนั้นได้ มันดูเหมือนเป็นแค่แสงจางๆเลย”

 

“นั่นเกิดจากกระบวนการใช้พลังงานอันล้ำสมัย” กู่ฉิงซานกล่าวอธิบายสั้นๆ “ไม่ว่าจะเป็นเรดาร์ อาวุธรูปแบบซูมระยะไกล ระบบการตรวจจับคลื่นเสียงแบบเหนี่ยวนำในอากาศ ฯลฯ ทั้งหมดก็รวมกันอยู่ในตัวของมัน”

 

เขามองไปยังใบหน้าที่ดูสับสนของซูเซี่ยเอ๋อจึงกล่าวแบบสรุปว่า “แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วโมเดลของมันอ้างอิงมาจากเพลิงนางฟ้า แต่ฉันก็นำมาปรับปรุงใหม่ เธอคิดว่ามันดูมีเสน่ห์ไหม?”

 

“มีเสน่ห์สิ!”

 

ซูเซี่ยเอ๋อยิ้มออกมา เพราะเรื่องก่อนหน้านี้เธอไม่ค่อยเข้าใจ แต่เรื่องเสน่ห์ของมันน่ะเธอเข้าใจแจ่มแจ้ง

 

“จริงสิ แล้วนายไปรู้จักองค์หญิงแอนนาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” ซูเซี่ยเอ๋อถามทันที

 

คำถามเล็กๆน้อยๆทั้งหมดถูกข้ามไป และตรงเข้าประเด็นใหญ่อย่างฉับพลัน

 

“เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันได้พบกับเธอในบาร์ แล้วเราก็ดื่มด้วยกัน ก็เลยรู้จักกันตอนนั้น” กู่ฉิงซานกล่าว

 

ซูเซี่ยเอ๋อเม้มริมฝีปากจนคางเรียวของเธอดูแหลม และเอ่ยปากอย่างไม่พอใจ “ฮึ ดื่มอย่างงั้นหรอ? ฉันเองก็ดื่มได้เหมือนกันนะ วันนี้ฉันอายุครบ 18 ปีแล้ว!”

 

“นั่นสินะ งั้นพวกเราไปดื่มกันไหม” กู่ฉิงซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

พอได้ยิน ซูเซี่ยเอ๋อก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาทันที เธอกล่าว “นายพูดแล้วนะ ถ้างั้นรอเดี๋ยวก่อน ฉันขอชวนเพื่อนร่วมชั้นอีกสองคนไปดื่มด้วย”

 

เธออธิบายต่อ “ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนรู้ว่าวันเกิดของฉันใกล้เข้ามาแล้ว เลยพากันคะยั้นคะยอชวนไปเที่ยวฉลองด้วยกันตั้งหลายครั้ง และฉันก็ตกปากรับคำไปแล้วด้วย มีโอกาสดีๆแบบนี้ถ้าไม่ชวนพวกเธอมันก็คงจะดูไม่ดี”

 

“โอเค งั้นก็ชวนเพื่อนร่วมชั้นของเธอ แล้วพวกเราค่อยไปด้วยกัน”

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็หยิบสมองควอนตัมส่วนบุคคลออกมา และเริ่มต้นทำการแลกเปลี่ยนแต้มเครดิต

 

ในตลาดมืด แต้มบุญสามารถแลกเปลี่ยนเป็นแต้มเครดิตได้ อัตราแลกเปลี่ยนของมันอยู่ที่ 10000 แต้ม

 

แต่ถ้าหากเราทำการแลกเปลี่ยนกับรัฐบาลกลาง อัตราแลกเปลี่ยนจะน้อยกว่าเล็กน้อย มันอยู่ที่ 8000 แต้ม

 

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้กู่ฉิงซานเป็นคนที่โคตรจะร่ำรวยมาก เขาไม่เต็มใจที่จะยอมเสียเวลาเพื่อไปแลกเปลี่ยนมันถึงตลาดมืด ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยจำนวนแต้มบุญของเขา จะแลกทางไหนมันก็คงไม่แตกต่างกันอยู่ดี

 

“ตอนที่ยิงธนูชนะ ฉันก็ได้แต้มเครดิตมาบางส่วนแล้ว ไว้แลกเพิ่มอีกซัก 80000 แต้มเครดิตก็แล้วกัน แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอ”

 

เขาขบคิดอย่างเงียบๆ และเริ่มดำเนินการในสมองควอนตัม

 

แต่พอเขาจัดการธุระของตนเองเสร็จ กลับพบว่าซูเซี่ยเอ๋อที่อยู่ตรงข้ามเงียบไป ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

 

“เป็นอะไรงั้นหรอ?”

 

กู่ฉิงซานเห็นสีหน้าของเธอดูค่อนข้างจะแปลกไปเล็กน้อย จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

ซูเซี่ยเอ๋อกล่าว “ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่สงสัยว่าในตอนนี้พี่ใหญ่ฉิงซานมีความแข็งแกร่งอยู่ในขอบเขตไหนกันแน่น่ะ”

 

แม้องค์หญิงแอนนาจะกล่าวออกมาแค่ไม่กี่คำ แต่ดูอีกฝ่ายจะคาดหวังในตัวเขาไว้สูงมาก แสดงว่าอีกฝ่ายย่อมต้องรู้ถึงความแข็งแกร่งของเขาเป็นแน่ แล้วเธอล่ะ? ทำไมเธอที่อยู่ใกล้ชิดกับเขาตลอดมาถึงไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าเธอแข็งแกร่งขนาดไหน 

 

“ขอบเขตความแข็งแกร่งของฉัน? เอ่อ … มันค่อนข้างที่จะพูดยากนิดหน่อยน่ะ” กู่ฉิงซานขมวดคิ้วมุ่น

 

ความแข็งแกร่งของกู่ฉิงซานในตอนนี้คือ ผู้ฝึกยุทธปราณปรับแต่งขั้นสูงสุด และทันทีที่ได้รับโอกาสปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ เขาก็จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้ง

 

อย่างไรก็ตาม ระบบจัดลำดับในโลกของผู้ฝึกยุทธนั้นแตกต่างจากโลกจริง ในมุมมองนี้ เขาสมควรอยู่ในขอบเขตหวูเต๋า ยอดปรมาจารย์นักสู้

 

อย่างไรก็ตาม กู่ฉิงซานก็เป็นผู้ฝึกดาบเช่นกัน ผู้ฝึกดาบโดยทั่วไปจะแข็งแกร่งกว่าพวกนักสู้ ที่เน้นใช้พละกำลังเข้าห้ำหั่นศัตรู บ่อยครั้งที่หากเกิดการต่อสู้กันขึ้นแล้วระดับเท่ากัน ฝ่ายผู้ฝึกดาบจะมักเป็นฝ่ายคว้าชัยซะส่วนใหญ่

 

แถมเขายังมีเทคนิคลับ และประสบการณ์จากการต่อสู้ข้ามผ่านภูเขาซากศพและทะเลเลือดมาแล้วมากมาย

 

แล้วแบบนี้จะคำนวนว่าตนเองสมควรอยู่ในขอบเขตไหนดี

 

กู่ฉิงซานคิดอยู่นานจึงเอ่ยปาก “ก็ถ้าโดยทั่วๆไปแล้ว คงอยู่ในขอบเขตยอดปรมาจารย์นักสู้ล่ะมั้ง”

 

ซูเซี่ยเอ๋อลังเลแล้วลังเลเล่า และในที่สุดก็กล่าวออกมา “งั้นนายลองเดาดูสิ ว่าความแข็งแกร่งของฉันตอนนี้อยู่ในขอบเขตไหน?”

 

เธอค่อนข้างประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ได้ตัดสินใจแล้วว่านี่คือสิ่งที่ต้องเผชิญ

 

หวังว่าฉันคงไม่กดดันเขามากเกินไปนะ

 

การที่สถานะของทั้งสองแตกต่างกันก็นับว่าใหญ่หลวงมากพอแล้ว หากแม้กระทั่งความแข็งแกร่งส่วนบุคคลก็ยังห่างชั้นกันอีก เธอเกรงว่าหัวใจของเขาคงจะอึดอัดไม่น้อย

 

ผู้ชายน่ะ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีมากเป็นพิเศษ

 

ถ้าหากรู้ว่าผู้หญิงแข็งแกร่งกว่าตนเอง คาดว่าเวลาอยู่ด้วยกัน คงจะมีปัญหาหลายๆอย่างตามมามากมาย

 

อย่างไรก็ตามแอนนาก็เป็นตัวตนที่แข็งแกร่ง แถมสถานะของเธอก็สูงส่ง คล้ายกันกับตัวซูเซี่ยเอ๋อ แต่เธอก็ยังสามารถอยู่ด้วยกันกับเขาได้

 

หากอีกฝ่ายทำได้ ซูเซี่ยเอ๋อก็ไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำไม่ได้เช่นกัน

 

“ได้ยินมาว่าเธอสามารถปลดผนึกรากวิญญาณแห่งลมได้แล้ว งั้นตอนนี้ความแข็งแกร่งของเธอก็น่าจะเป็น ..?” กู่ฉิงซานเอ่ยถามอย่างจริงจัง

 

“พลังวิญญาณธาตุลมของฉัน ตอนนี้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่สี่ ‘ไต้ฝุ่นปั่นป่วน’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”ซูเซี่ยเอ๋อกล่าวอย่างแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ

 

ไต้ฝุ่นปั่นป่วน ปัจจุบันกล่าวได้ว่านี่เป็นถึงความแข็งแกร่งระดับแนวหน้าของโลกหากเปรียบเทียบกับยอดปรมาจารย์นักสู้ นับว่าคนละเกรดกันเลย

 

ฝั่งตรงข้ามพลันเงียบงันไป

 

“ตระกูลของพวกเรา หากนับตั้งแต่ในครั้งอดีต ปรากฏผู้ซึ่งมีพลังวิญญาณธาตุก้าวถึงขอบเขตที่สี่อยู่ทั้งหมดเจ็ดคน ฉันนับว่าเป็นคนที่แปด”

 

“ฉันพึ่งทะลวงผ่านมันมาได้ และตอนนี้สภาวะของมันก็ยังไม่มั่นคง ตระกูลของฉันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากเพราะฉะนั้นก็เลย … ” ซูเซี่ยเอ๋อกล่าวต่อ “หลังจากวันนี้ไป ฉันอาจจะต้องหยุดเรียนไปสักพักและกลับไปยังตระกูลเพื่อทำการฝึกฝน”

 

เหมือนเดิม อีกฝ่ายยังคงเงียบ

 

เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย

 

ซูเซี่ยเอ๋อรู้สึกว่าหัวใจของเธอค่อยๆเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ากำลังมีบางคนคว้าจับลำคอเธอ ทำให้หายใจได้อย่างยากลำบาก

 

เธอค่อยๆก้มหน้าลงอย่างช้าๆ

 

เธอเป็นถึงคุณหนูแห่งตระกูลชนชั้นสูง แต่เขาเป็นเพียงเด็กกำพร้า

 

เธอเป็นถึงผู้ที่ครอบครองความสามารถแห่งธาตุขอบเขตที่สี่อันทรงพลัง แต่ความแข็งแกร่งของเขานับว่ายังคงห่างไกลจากตัวเธออยู่มากโข

 

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตัวเธอจะต้องกลับไปยังมณฑลฉางหนิง ขณะที่เขายังคงอยู่ในเมืองหลวง

 

หากเราสองต้องไกลห่างกัน แล้วหัวใจเขาจะเปลี่ยนไปเพราะสิ่งเหล่านี้หรือไม่?

 

แต่ถ้าฉันอ่อนแอ ต่อไปในภายภาคหน้าฉันก็จะไม่อาจปกป้องเขาได้!

 

ความขมขื่นอันยากจะพรรณนา เอ่อล้นอยู่ในจิตใจของซูเซี่ยเอ๋อ เธอทำได้เพียงขบริมฝีปากแน่น

 

เธอกำลังจะเตรียมปั้นหน้ายิ้มให้อีกฝ่าย และเปลี่ยนหัวข้อไปเริ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอีกครั้ง

 

ทันใดนั้นเอง มือใหญ่อันอบอุ่นก็วางลงบนหัวของเธอ

 

“แบบนั้นก็ดีนี่นา”

 

น้ำเสียงของชายหนุ่มที่ฟังดูอ่อนโยนให้ความรู้สึกชุ่มชื้นราวกับหยาดน้ำค้างก็ดังขึ้น

 

เขาเอ่ยต่อ “การที่เธอสามารถก้าวมาได้ถึงระดับนี้ คงจะต้องทนเจ็บปวดมาไม่น้อยเลยสินะ”

 

ตึกตัก …

 

หัวใจของซูเซี่ยเอ๋อรู้สึกราวกับถูกสายธารอันอ่อนโยนไหลพาดผ่าน

 

ทุกๆความยากลำบากอันหนักหนา ทุกๆแรงกดดันอันหนักหน่วง ขณะนี้พวกมันทั้งหมดได้กลับกลายเป็นเพียงสายลมอันบางเบา ล่องลอยไกลห่างออกไป

 

ฝ่ามืออันอบอุ่นนี้วางลงได้ไม่นาน มันก็ถูกดึงกลับไปอย่างรวดเร็ว

 

ทว่าความรู้สึกอบอุ่นเมื่อครู่นี้ ได้ถูกส่งผ่านเข้ามายังหัวใจของซูเซี่ยเอ๋อ มันได้ติดตรึงอยู่เป็นเวลานาน และต่อจากนี้ มันจะยังคงติดตรึงอยู่ตลอดไป

 

เธอได้เผยให้เห็นถึงใบหน้าอันยิ้มแย้มที่ออกมาจากหัวใจ และรีบกล่าวอย่างรวดเร็ว “ใช่ มันยากลำบากมาก แต่เพื่อที่จะให้ตัวเองมีสิทธิ์มีเสียงในตระกูล เอ่ยปากอะไรออกไปผู้คนก็ต้องรับฟัง มีเพียงวิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้น คือฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้น”

 

กู่ฉิงซานได้ฟัง เขาก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “จงพยายามอย่างหนักต่อไป เผื่อว่าซักวันนึงเธอจะสามารถทะลวงฝ่าด่านที่ห้าไปได้ เมื่อถึงเวลานั้นฉันจะผสมค็อกเทลให้เธอชิมเป็นการส่วนตัวเอง”

 

ในหัวใจของเขา ไม่ปฏิเสธว่าเขานั้นก็สนใจในตัวของซูเซี่ยเอ๋อ

 

ส่วนซูเซี่ยเอ๋อในเวลานี้ก็ไม่รู้ว่าจะแสดงออกถึงความสุขของเธอได้อย่างไร

 

“นายพูดแล้วนะ! แต่ตอนนี้ฉันอยากจะดื่มแล้ว งั้นพวกเราไปดื่มฉลองกัน!”

 

ซูเซี่ยเอ๋อกล่าว โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามือของเธอได้ยื่นออกไปจนเกือบที่จะสัมผัสลงกับมือของอีกฝ่าย

 

ทว่าเธอก็รู้สึกตัวได้ทันจึงชะงักไป

 

ไม่นะ นี่ฉันกำลังคิดจะทำอะไรอยู่?

 

ซูเซี่ยเอ๋อกัดริมฝีปาก มือของเธอยังคงชะงักอยู่อย่างนั้น จะไปต่อก็ไม่กล้า แต่จะให้ถอยก็ไม่ได้เช่นกัน

 

และในตอนนั้นเอง มืออันอบอุ่นของอีกฝ่ายก็คว้าจับมือของเธอ

 

สองมือผสานแนบชิดกัน

 

และก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เพื่อนร่วมชั้นทั้งสองคนของซูเซี่ยเอ๋อมาพอดี

 

สองนักศึกษาสาวที่พึ่งมาถึงดูจะกระตือรือร้นไม่น้อย พวกเธอได้เริ่มเอ่ยปากพูดคุยกับกู่ฉิงซานก่อนด้วยตัวเอง

 

“โอ้ นายคงจะเป็นผู้ชายของซูเซี่ยเอ๋อสินะ ต้องขอยอมรับว่ามีพรสวรรค์ไม่เลวเลย ไม่งั้นก็คงไม่อาจพิชิตใจของเธอได้”

 

ซูเซี่ยเอ๋อชักมือกลับ ก่อนจะยกขึ้นหมายจะตีเพื่อนเธอ ทั่วทั้งใบหน้าเผยถึงความเขินอายและกล่าว “เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้น!”

 

“สวัสดี ฉันชื่อกู่ฉิงซาน เป็นเพื่อนสมัยมัธยมของซูเซี่ยเอ๋อ” กู่ฉิงซานกล่าวด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

 

“ส่วนฉันชื่อหลี่ตง ยินดีที่ได้รู้จักนะ” สาวสวยตัวสูงกล่าว

 

ส่วนนักศึกษาสาวอีกคนดูจะมีความสูงพอๆกับกู่ฉิงซาน เธอมองเขาและกล่าว “สวัสดี ฉันชื่อซันหมิงหยู”

 

กู่ฉิงซานพยักหน้าและกล่าว “‘เมื่อมากันพร้อมหน้าแล้วก็ไปกันเถอะ วันนี้เป็นวันเกิดของซูเซี่ยเอ๋อ พวกเราไปมองบาร์ดีๆสักแห่งแล้วมาดื่มฉลองกัน!”