หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.81 – รูปแบบที่หนึ่ง

 

มีบอดี้การ์ดตาแหลมคนหนึ่ง ได้สังเกตเห็นว่าปลายปีกของหุ่นรบทางฝั่งขวา ที่กำลังกระพือเบาๆ ได้บังเอิญไปกวาดลงบนพื้นดินอย่างแผ่วเบา

 

ทว่ากลับปรากฏร่องรอยขีดข่วนลึกลงไปในพื้นดินอย่างเงียบๆ มันเป็นรอยลากยาวสีแดงคล้ายกับร่องรอยของเลเซอร์ ก่อนจะจางหายไปอย่างเงียบๆ

 

เขาจดจำภาพนี้เอาไว้ในจิตใจอย่างลับๆ

 

กู่ฉิงซานในเกราะรบได้ใช้จิตสัมผัสเทวะกวาดไปยังร่างของซูเซี่ยเอ๋อ และพบว่าบาดแผลของอีกฝ่ายไม่ได้ร้ายแรงอะไร

 

“นี่นายมาได้ยังไงกัน?” ความประหลาดใจวาบผ่านดวงตาของซูเซี่ยเอ๋อ

 

“พอดีว่าฉันได้รับข่าวมาน่ะสิ ใจความว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายดังนั้นจึงรีบแวะมาดู”

 

กู่ฉิงซานกล่าวอย่างแผ่วเบา

 

“อ่า อีกฝ่ายเป็นมือสังหารสองคนน่ะ” ซูเซี่ยเอ๋อกล่าว “แต่โชคดีที่มีเพื่อนดีๆลงมือเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และได้ฆ่าพวกเขาไปหมดแล้ว”

 

แค่ได้ฟังกู่ฉิงซานก็พอจะเข้าใจได้ ว่านี่มันสถานการณ์เกือบถึงตาย!

 

ปีกของเพลิงนางฟ้าเปล่งประกายแสงสว่างจ้า ก่อนจะโอบล้อมปกคลุมทั้งสองอย่างฉับพลัน บดบังวิสัยทัศน์ไม่ให้คนอื่นมองเห็น

 

“ทำการเปรียบเทียบคุณสมบัติของร่องรอยในที่เกิดเหตุเพื่อทำการสืบค้น” กู่ฉิงซานกล่าว

 

“ไม่พบร่องรอยผิดปกติ”

 

“ถ้างั้นก็เปลี่ยนกลยุทธ์ เป็นเริ่มต้นการเก็บรวบรวมข้อมูลเซลล์ที่หลงเหลือ”

 

“ไม่พบร่องรอยเซลล์ที่หลงเหลือ”

 

นี่มันจะเก็บกวาดหลักฐานซะเกลี้ยงไปหน่อยไหม?

 

เพื่อนดีๆของซูเซี่ยเอ๋อ ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงมีทักษะในการฆ่าสังหารเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายนั้นก็คงจะเหนือล้ำมากเช่นกัน

 

“แล้วเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม จริงสิ ว่าแต่เพื่อนคนไหนกันที่ช่วยเธอไว้?”

 

ในจิตใจของซูเซี่ยเอ๋อบังเกิดภาพใบหน้าอันน่าหวาดหวั่นของแอนนาที่ราวกับจะสามารถยึดครองจิตวิญญาณของเธอได้วาบผ่านออกมา

 

แม้ว่าในที่สุดแล้วแอนนาจะจากไป และกล่าวว่าเรื่องที่เธอเอ่ยถึงกู่ฉิงซานมันเป็นแค่การล้อเล่น แต่มีหรือที่สัมผัสที่หกของหญิงสาวของซูเซี่ยเอ๋อจะมองไม่ออก

 

‘ฉันเป็นหนี้เธอก็จริง แต่อย่างน้อยก็ยังพอจะชดใช้ให้ได้ในอนาคต แต่เรื่องมอบเขาให้คงไม่มีทางซะล่ะ’

 

ซูเซี่ยเอ๋อตัดสินใจอย่างแน่วแน่และกล่าว “เอ๋ แล้วเกราะรบนี่คือ?”

 

กู่ฉิงซานได้ถูกเบี่ยงเบนความสนใจของเขาและหันมากล่าวอย่างภาคภูมิใจ “ใช่แล้ว นี่คือของขวัญวันเกิดที่ฉันได้เตรียมไว้สำหรับเธอ”

 

เขาเปิดประตูค็อกพิท ก่อนจะกระโดดลงจากเกราะรบ และหันหัวกลับไปพร้อมกล่าวกับมัน “เอาล่ะ มาทักทายเจ้านายคนใหม่ของเจ้าสิ”

 

ทันใดนั้นเกราะรบเพลิงนางฟ้าก็เดินเข้ามาเบื้องหน้าซูเซี่ยเอ๋อและคุกเข่าทั้งสองลงและกล่าว “คุณหนูซูเซี่ยเอ๋อ นี่คือการพบกันครั้งแรกของเรา ขออนุญาติแนะนำตัว ฉันคือผู้พิทักษ์ของคุณ เรียกว่าเพลิงนางฟ้า”

 

ซูเซี่ยเอ๋อยกมือขึ้นกุมปาก ก่อนจะหันไปจ้องมองกู่ฉิงซานเป็นเวลานาน

 

เธอเอ่ยงึมงำ “ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมนายถึงได้ถามฉันว่าชอบขับหุ่นรบรุ่นไหน”

 

เธอเติบโตขึ้นมาในตระกูลชั้นสูง ดังนั้นสายตาเธอย่อมแหลมคมมากเป็นธรรมดา

 

นี่ถือว่าเป็นเกราะรบขับเคลื่อนที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามอันไร้ที่เปรียบ มันร่อนลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วทว่าประณีต ทุกการเคลื่อนไหวของมันแลดูเป็นธรรมชาติไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป

 

มันเป็นเรื่องยากมากที่จะสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาได้

 

หากไม่มีอะไรผิดพลาด เกราะรบตัวนี้ย่อมเป็นเกราะรบระดับสูงที่สุดในตอนนี้อย่างแน่นอน

 

กู่ฉิงซานเผยยิ้มจางๆและกล่าว “ลองขับมันดูไหม?”

 

ซูเซี่ยเอ๋อพยักหน้า แต่ก็ยังลังเล

 

“ไหวรึเปล่า ฉันหมายถึง หรือว่าเธอจะยังไม่ชินกับการขับหุ่นยนต์ต่อสู้?”

 

“เปล่า แต่วันนี้ฉันใส่กระโปรงมาน่ะ ถ้าระหว่างขับมันเกิด ..”

 

“อ๋อเรื่องนั้นไม่ต้องกังวลไป เสื้อผ้าของเธอจะยังอยู่ในสภาวะเดียวกันกับบนพื้นดิน” กู่ฉิงซานกล่าว “นอกจากนี้มันยังเป็นหุ่นรบที่มีปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง ดังนั้นการทำงานจึงไม่ซับซ้อน เธอโล่งใจได้เลยเวลาที่จะใช้มัน”

 

กู่ฉิงซานไม่ได้กล่าวอธิบายอะไรซับซ้อน ก็การทำงานของมันก็ง่ายมากจริงๆนี่นา

 

ซูเซี่ยเอ๋อผ่อนคลายลง และเตรียมเดินเข้าไปบนเกราะรบ

 

เกราะรบก็พลันเอื้อมมือออกมาโอบอุ้มเธอ จากนั้นก็วางเธอลงภายในค็อกพิทที่อยู่ตรงบริเวณหน้าอกอย่างแผ่วเบา

 

การไหลของอากาศโดยรอบราวกับถูกฉีกกระชาก เสียงเครื่องยนต์หวีดคำรามออกมา

 

คู่ปีกของเพลิงนางฟ้าเปล่งแสงประกายสดใส และ

 

ปัง! เกราะรบโผทะยานบินขึ้นสู่สรวงสวรรค์เบื้องบน พริบตาเดียวมันก็กลายเป็นเพียงจุดสีดำเล็กๆ

 

ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องที่คาดว่าน่าจะดังออกมาจากหุ่นรบ

 

เอ … สงสัยฉันคงจะลืมปิดตัวลำโพงสื่อสาร

 

กู่ฉิงซานผุดรอยยิ้มออกมา และจ้องมองไปยังฉากนี้

 

เสียงโซนิคบูมดังปึงปังขึ้นบนท้องฟ้า หลังจากนั้นครู่หนึ่งเพลิงนางฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ความเร็วในการบินของมันค่อยชะลอตัวลง ราวกับคนที่ควบคุมมันกำลังพยายามเริ่มทำความเข้าใจ

 

นี่คือช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงของเกราะรบขับเคลื่อน

 

ผู้คนโดยรอบไม่อาจเสแสร้งทำเป็นไม่ว่างหรือกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่ได้อีกต่อไป พวกเขาอดไม่ได้ที่จะแหงนหน้ามองปรากฏการณ์นี้

 

สภาวะการบินของหุ่นรบตัวนี้ดูจะมีเสถียรภาพมาก

 

แต่เมื่อมาถึงช่วงที่จำต้องเคลื่อนไหว มันกลับคล่องแคล่วรวดเร็วชนิดสายตาจับจ้องแทบไม่ทัน

 

ช่วงเวลาที่มันเคลื่อนไหว ราวกับเป็นการเคลื่อนไหวของคนจริงๆ

 

ซูเซี่ยเอ๋อที่อยู่กลางอากาศ แม้จะยังอยู่ในหุ่นรบ แต่เธอก็ยังสามารถใช้ออกได้แม้กระทั่ง เหล่ากระบวนท่าต่อสู้ระยะประชิดด้วยมือเปล่าของตระกูลซู

 

เพลิงนางฟ้าเริ่มออกท่วงท่าโจมตีวูบไหว มันทั้งรวดเร็วและรุนแรง ทุกๆการโจมตีนั้นเด็ดขาดและไม่ด้อยไปกว่าหวูเต๋ายอดปรมาจารย์นักสู้ตัวจริงเสียงจริงเลย

 

เธอบินพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และกว่าเสียงระเบิดของเครื่องยนต์จะกระจายมาถึง มันก็ผ่านพ้นไปกว่าสี่วินาทีให้หลังแล้ว

 

ฝูงชนโดยรอบต่างพากันสูดหายใจเย็นเยียบ

 

ความว่องไวเช่นนี้สามารถพลิกหน้าประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมนุษย์ได้เลย ลองคิดดูสิ หากพวกเขาใช้เพลิงนางฟ้าพุ่งเข้าหาศัตรูอย่างรวดเร็ว และสามารถฆ่าหุ่นรบด้วยมือเปล่าได้ มันจะสุดยอดขนาดไหน

 

หรือไม่ก็พรวดเข้าไปประชิดอีกฝ่าย แล้วยัดปากกระบอกปืนเล็งตรงตำแหน่งตัวแกนกลางขับเคลื่อนหุ่นรบของศัตรูโดยตรง จากนั้นก็เหนี่ยวไก

 

ปัง!

 

ในอดีตที่ผ่านมา ไม่เคยมีหุ่นรบตัวใดสามารถบรรลุกระบวนการดังกล่าวนี้ได้มาก่อนเลย

 

ปัจจุบัน ในบริเวณนี้ไม่มีคนธรรมดาอยู่เลย ทั้งหมดต่างเป็นชนชั้นสูง และบางคนก็ยังมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับหุ่นรบอีกด้วย

 

ทุกคนชะลอการเคลื่อนไหวของตนลงโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเริ่มสนทนากันอย่างแผ่วเบา ราวกับว่าไม่ต้องการรบกวนการแสดงที่กำลังปรากฏขึ้นอยู่บนท้องฟ้า

 

ทว่าผู้คนทั้งหมดต่างตระหนักได้ถึงสิ่งหนึ่ง

 

วันนี้จะต้องเป็นเหตุการณ์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของการพัฒนาหุ่นรบขับเคลื่อน และเป็นการย่างก้าวเข้าสู่รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่อย่างแน่นอน

 

วันนี้จะเป็นวันที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของรัฐบาลกลาง แถมพวกเขายังเป็นพยานในหน้าประวัติศาสตร์ดังกล่าวอีกด้วย!

 

หลังจากผ่านไปยี่สิบนาทีเต็ม เพลิงนางฟ้าก็ร่อนลงมาหยุดอยู่เบื้องหน้ากู่ฉิงซาน

 

สีหน้าของซูเซี่ยเอ๋อแดงปลั่งด้วยความตื่นเต้น เธอกระโดดลงมาจากเกราะรบ และเอ่ยปากออกมาจนลิ้นแทบพันกัน “มันช่างน่าทึ่งจริงๆ! ในชั่วชีวิตของฉัน นี่นับว่าเป็นของขวัญวันเกิดที่พิเศษที่สุดเลย!”

 

กู่ฉิงซานยิ้มและยื่นแหวนให้เธออย่างอ่อนโยน

 

“นี่นายจะทำอะไรน่ะ?” หัวใจของซูเซี่ยเอ๋อสั่นวูบ เธอถึงขั้นลืมหายใจ

 

ตายแล้ว ตายแล้ว นี่เขากำลังจะขอฉันแต่งงานต่อหน้าทุกคนงั้นหรอ?

 

อ๊าาาา แล้วนี่ฉันจะตกลงเลยดีไหมหรือว่าตอบปฏิเสธไปว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ดี?

 

เวลานี้ กู่ฉิงซานได้รังสรรค์สุดยอดเกราะรบขึ้นมาแล้ว ทางตระกูลย่อมไม่มีทางปฏิเสธเขา

 

นอกจากนี้ ด้วยความสามารถธาตุลมในขอบเขตที่สี่ของฉัน ยังสามารถช่วยปกป้องเขาได้อีกด้วย

 

แต่ฉันจะใส่ชุดแต่งงานอะไรดี? ช่วงนี้มีชุดแต่งงานสไตล์ไหนที่กำลังนิยมอยู่กันนะ? แต่ฉันชอบแบบดั้งเดิมที่มีลวดลายนกเพลิงหงสามากกว่า แล้วก็อย่าลืมผ้าคลุมไหล่ที่เวลาใส่แล้วดูคล้ายนางเซียนหรือชนชั้นสูงในสมัยโบราณด้วย

 

แต่พวกเรายังเรียนกันอยู่เลยนะ ถ้าอยู่ด้วยกัน มันจะใช้ชีวิตอย่างไรดี

 

เอ๊ะเดี๋ยวสิ นี่ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงกับเขาเลยนี่นา!

 

ขณะนี้ ซูเซี่ยเอ๋อกำลังตกตะลึง ทั้งคนทั้งร่างนิ่งชะงักงัน ในสมองวาบผ่านความคิดอันหลากหลายมากมายไม่รู้จบ

 

“นี่เป็นแหวนที่ใช้ควบคุมเพลิงนางฟ้า ส่วนนี่เป็นคู่มือการใช้งานมัน”

 

กู่ฉิงซานผู้ไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น หลังจากหยิบแหวนออกมาแล้ว เขาก็หยิบปึกกระดาษหลายแผ่นที่ยับยู่ยี่ส่งให้เธอ

 

เขาก้มลงมองไปยังกระดาษก่อนจะเกาหัวและกล่าว “ลองหาคำอธิบายเพิ่มเติมในกระดาษพวกนี้ดูนะ บางอย่างฉันพึ่งคิดได้ก็เขียนเพิ่มเติมลงไป หวังว่าเธอจะไม่ถือสา”

 

ซูเซี่ยเอ๋อ จ้องมองเขาตาไม่กระพริบ

 

และจู่ๆเธอก็ถอนหายใจออกมา ทั้งคนทั้งร่างกลับมาได้สติอีกครั้ง

 

เจ้าบ้านี่ เวลาสำคัญแบบนี้ ดันบอกว่าจะส่งตัวควบคุมมาให้ ….

 

“เอ๋ นี่คือตัวควบคุมงั้นหรอ?”

 

เมื่อครู่เธอไม่ได้ยินถึงสิ่งที่กู่ฉิงซานพูดตั้งแต่แรกเริ่ม ตอนนี้จึงเอ่ยถามออกมา

 

“ใช่แล้ว กดตรงนี้” กู่ฉิงซานกำลังสาธิตวิธีใช้โดยตรง

 

เพียงแค่กด เพลิงนางฟ้าก็ทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้า และหายลับไป

 

“เอ๋ มันจากไปแล้ว?”

 

“มันกลับไปยังดาวเทียมที่ลอยอยู่ใกล้ๆนี่แหละ แต่เพียงแค่เธอเรียกมันเท่านั้น มันก็จะลงมาหาทันที” กู่ฉิงซานกล่าว

 

“แล้วทำไมนายถึงต้องไปเก็บมันไว้บนดาวเทียมที่อยู่ใกล้วงโคจรด้วย?” ซูเซี่ยเอ๋อถามซอกแซกอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

“ก็มันสะดวกสบายดี พื้นที่ก็มีไม่จำกัด แถมวันนี้ยังเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของมันอีกด้วย ดังนั้นมันจะต้องถูกส่งกลับไปเพื่อให้เทพธิดากงเจิ้งได้ทำการตรวจสอบโดยรวมอีกครั้ง” กู่ฉิงซานตอบ

 

“เห .. นายนี่ฉลาดจัง” 

 

ซูเซี่ยเอ๋อกล่าวออกก่อน แต่แล้วในตอนนี้เธอก็พึ่งตระหนักได้ว่ากำลังตกอยู่ท่ามกลางสายตาของผู้คนโดยรอบ ทันใดนั้นใบหน้าเธอก็บังเกิดด้วยริ้วแดงพาดผ่าน

 

“ฉันว่า พวกเราเปลี่ยนสถานที่กันเถอะ ไปหาที่นั่งแล้วค่อยคุยกัน” เธอกล่าว

 

“ตกลง”

 

“ไปกันเถอะ อ้าจริงสิ วันนี้วันเกิดฉัน ฉันขอเชิญนายมาร่วมฉลองอาหารมื้อใหญ่ด้วยนะ”

 

กล่าวจบ ทั้งสองก็เดินแยกตัวออกไปจากฝูงชน

 

ทันใดนั้นเอง เสียงปรบมือก็ดังขึ้นตามรายทางเป็นระยะๆ

 

เสียงปรบมือดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆราวกับพวกเขาพึ่งได้ชมภาพยนต์ชั้นยอดจบลง จึงลุกขึ้นปรบมือด้วยความกระตือรือร้น

 

เสียงปรบมือดังกังวานขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ทุกคนมองไปยังกู่ฉิงซานด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขา และพากันปรบมืออย่างสุดแรง

 

สำหรับนักวิจัยที่ประสบความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์แล้วนั้น ย่อมเป็นธรรมดาที่ผู้คนจะรู้สึกเคารพเขาตามธรรมชาติ

 

หากไม่มีบุคคลเช่นนี้ อารยธรรมของมนุษย์ก็คงจะไม่เกิดความก้าวหน้า

 

กู่ฉิงซานมองไปยังฝูงชนด้วยความประหลาดใจแต่เขาก็พยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม

 

ณ เบื้องหลังของอาคารเรียน ปรากฏรถซีดานแบบยาวรุ่นกันกระสุนจอดอยู่

 

หัวหน้าตระกูลซู ซูซิงเฉานั่งอยู่ภายในนั้น เขามองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จนกระทั่งกู่ฉิงซานและซูเซี่ยเอ๋อเดินจากไป

 

ฉากในที่เกิดเหตุทั้งหมดเต็มไปด้วยเหล่าผู้ที่มีความสามารถของตระกูลซู และบริเวณโดยรอบก็ถูกติดตั้งไปด้วยอุปกรณ์กล้องวงจรปิดขนาดเล็ก ทำให้การจับตามองหลานสาวนับว่าไม่เป็นปัญหา ไร้ซึ่งช่องโหว่ใดๆ

 

ซูซิงเฉาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยปากสั่งการ “บอกทุกคนทั้งหมดในที่นี้ให้ทำการลงนามว่านี่คือเรื่องลับสุดยอด และทำการระดมคน 100 คนคอยคุ้มกันหลานสาวของฉันเอาไว้ด้วย”

 

เขายิ้มอย่างเงียบๆและกล่าว “แล้วก็ส่งวิดีโอนี้ให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของฉันด้วย บอกพวกเขาว่าฉันบังคับให้ดูมันซ้ำๆจนกว่าจะครบ 100 รอบ”

 

หลังจากสั่งการเสร็จสิ้น ซูซิงเฉาก็เปิดสมองควอนตัมส่วนบุคคล และทำการเชื่อมต่อกับเทพธิดากงเจิ้ง

 

หลังจากสื่อสารกับเทพธิดากงเจิ้งเสร็จสิ้น แสงบนสมองควอนตัมก็ดับลง

 

ซูซิงเฉาจมอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน

 

ทันใดนั้นเอง สมองควอนตัมส่วนบุคคลของเขาก็พลันสว่างขึ้นอีกครั้ง

 

ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเอ่ยรายงาน “เรื่องการลอบสังหารคุณหนู เป็นฝีมือของตระกูลเนี่ย”

 

ซูซฺงเฉาส่งเสียงฮึในลำคอและกล่าว “จัดการพวกมันซะ ไม่ต้องสนเรื่องศีลธรรมอะไรทั้งนั้น ภายในหนึ่งชั่วโมง ฉันจะต้องได้เห็นข่าวเกี่ยวกับตระกูลของพวกมัน”

 

“หลังจากที่ทำการลอบสังหารคุณหนูล้มเหลว ผู้คนในตระกูลเนี่ยก็ถูกฆ่าตายหมดแล้ว”

 

“เอ๋? เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง?” น้ำเสียงของซูซิงเฉาทุ้มหนักขึ้น บ่งบอกว่าเรื่องนี้สำคัญขนาดไหน

 

“ฝ่ายตรงข้ามได้ทำลายหลักฐานไปหมดแล้ว พวกเราไม่สามารถพบข้อมูลใดๆที่พอจะเป็นประโยชน์ได้เลยครับท่าน” ผู้ใต้บังคับบัญชากล่าว

 

ซูซิงเฉาหลับตาลงพลางครุ่นคิดก่อนที่มือข้างหนึ่งจะกดลงบนปุ่มจบการสนทนา

 

ดูเหมือนว่าวันนี้จะถูกกำหนดให้เป็นวันที่วุ่นวายทั้งวันแล้วสินะ

 

ไม่นานนัก สมองควอนตัมของเขาก็สว่างขึ้นอีกรอบ

 

ซูซิงเฉามองไปยังรายชื่อของปลายสายในสมองควอนตัม ก่อนจะเผยให้เห็นถึงสีหน้าประหลาดใจ

 

บนสมองควอนตัมของเขา ปรากฏชื่อของหนึ่งในเก้าตระกูลใหญ่แห่งรัฐบาลกลาง จ้าวมณฑลจากตระกูลซาง — ซางซิงจี

 

ตระกูลซางคือตระกูลชั้นสูงที่เขาค่อนข้างจะชื่นชม

 

ไม่เพียงแต่เฉพาะการดำรงอยู่ของเทพนักสู้เท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะพวกเขาเป็นคนใจกว้างมากว่าตระกูลอื่นๆอีกด้วย

 

“ตาแก่ซาง หายากจริงๆ ที่นายจะเกิดความคิดที่จะติดต่อกับฉันด้วยตัวเอง”

 

“ฮ่าฮ่า พูดก็พูดเถอะ อายุอานามของนายกับฉันก็ตั้งขนาดนี้แล้ว พวกเราควรมาคุยเรื่องพวกคนรุ่นต่อไปในอนาคตจะไม่ดีกว่าเหรอ?”

 

คำกล่าวนี้ ทำให้ซูซิงเฉาเริ่มเกิดความรู้สึกน่าสนใจบางอย่างขึ้น

 

เขากล่าวตอบ “ยังไม่ต้องกังวลไป วันนี้มีบางคนต้องการจะลอบสังหารหลานสาวฉัน โอ้ แต่ในตอนนี้คนพวกนั้นเน่าเฟะไปแล้ว เหมือนกับจิตใจของพวกมันนั่นแหละ”

 

“อย่างงั้นหรอ ถ้าอย่างงั้นช่วงเย็นนายพอจะมีเวลามาดื่มชาด้วยกันไหม ฉันมีบางอย่างที่จำเป็นต้องคุยกันต่อหน้าน่ะ” อีกฝ่ายกล่าว

 

“ตกลง” ซูซิงเฉาคิดและสุดท้ายก็ตอบรับ

 

พวกเขาทักทายกับแลกเปลี่ยนเรื่องพูดคุยกันอีกเล็กน้อย และวางสายไป

 

ซูซิงเฉาดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาก ในปากเขาเอ่ยพึมพำ “หุ่นรบในมือของซูเซี่ยเอ๋อ … มันดูเหมือนว่าตระกูลซูของเรา จะต้องทำการ ‘เลือกข้าง’ ซะแล้ว ….”