ลงช่วงเที่ยงวันละ 3-4ตอนนะ ถ้าตอนยาวก็จะหั่นลงตามลำดับ

ฝากแนะนำติชมและกดไลค์เพจ  คลิ๊ก  ให้ด้วยน้า ขอบคุณจ้า


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online  Ep.6 – สารภาพอย่างตรงไปตรงมา

 

กู่ฉิงซานหันไปมองรอบๆ

 

เวลานี้คืองานพร็อม ดังนั้นไม่เพียงหัวหน้าฝ่ายวิชาต่างๆเท่านั้นที่มาร่วมงาน ยังมีผู้มีอำนาจ และตัวแทนคนใหญ่คนโตมาร่วมงานไม่น้อยเลยด้วย

 

และบางคนก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับเหตุการณ์นี้

 

ในที่สาธารณะ มันคงจะเป็นการดีที่สุดที่จะไม่ทำตัวให้ดูเตะตาจนเกินไป ดังนั้นการยืมมือจากพวกเขาทั้งสองดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

 

กู่ฉิงซานหัวเราะและกล่าว “ขออภัยที่เสียมารยาทป้าซู ผมเพียงแค่สงสัยว่ากำลังมีใครบางคนพยายามใช้ผมทำร้ายซูเซี่ยเอ๋อ”

 

คิ้วของป้าซูเลิกสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส่วนทางด้านชายชราผมขาวอีกคนยังคงรับฟังอย่างสงบ และมีเพียงรอยยิ้มบนใบหน้า

 

“เธอหมายความว่ายังไง?” ป้าซูหันไปมองรอบๆและลดเสียงของเธอลงอย่างรวดเร็ว

 

“เพราะมีเรื่องแปลกๆอย่างบางเกิดขึ้นในวันนี้” กู่ฉิงซานกล่าว

 

“เรื่องแปลกๆ?”

 

“จางเย่อใส่ยาอะไรบางอย่างลงในไวน์ของผม และจากนั้นก็กระตุ้นให้ผมมาสารภาพรักกับซูเซี่ยเอ๋อ”

 

กู่ฉิงซานมองทั้งสองที่กำลังตั้งใจฟัง ไม่เว้นแม้กระทั่งซูเซี่ยเอ๋อที่ยืนฟังอย่างเงียบๆ ก่อนจะกล่าวต่ออย่างช้าๆ ว่า

 

“ส่วนเรื่องที่ผมไหลตามน้ำแกล้งเออออตามแผนของเขา นั่นก็เพราะว่า ถ้าหากผมปฏิเสธ คนอื่นก็คงจะตกอยู่ในสถานการณ์นี้แทน และอีกอย่างผมต้องการรู้ด้วยว่าเขาคิดจะทำอะไร”

 

“ถ้าเป็นไปตามที่เธอพูด เขาให้เธอกินยาอะไรลงไป?” ป้าซูถามพลางเลิกคิ้ว

 

“ผมก็ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าคงมีฤทธิ์เดียวกันกับตรงนี้” กู่ฉิงซานยกนิ้วขึ้นและค่อยๆถกเสื้อตรงไหล่ออก

 

จากนั้นก็ดึงเข็มสีดำที่ชุ่มไปด้วยเลือดออกมา

 

ถึงตอนนี้สีหน้าของป้าซูก็เปลี่ยนไป เธอหันไปสบตากับชายชราผมขาว สายตาของทั้งสองฉายแววจริงจัง

 

ตั้งแต่ที่คุณหนูซูได้รู้จักกับกู่ฉิงซาน ทางตระกูลซูก็ได้ทำการตรวจสอบประวัติของกู่ฉิงซานอย่างละเอียด และหลังจากที่ทำการตรวจสอบและเฝ้าสังเกตมาตลอดสองปี จึงสรุปได้ว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป

 

ดังนั้น เวลาปกติที่กู่ฉิงซานอยู่ใกล้กับซูเซี่ยเอ๋อ ผู้คุ้มกันทั้งสองจึงไม่ใส่ใจอะไรมากนัก

 

แต่ใครจะไปคิดว่าเกือบจะเป็นเขาที่สร้างปัญหาขึ้น

 

“แล้วนายรู้สึกไม่ดีตรงไหนรึเปล่า?” ซูเซี่ยเอ๋อก้าวสู่วงสนทนาด้วยความกังวล

 

ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดี และซูเซี่ยเอ๋อก็ไม่ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่ายเช่นกัน

 

“ก็มีนะ ตอนนี้เลือดลมฉันมันพลุ่งพล่านอย่างกะถูกเผา” กู่ฉิงซานกล่าวกึ่งจริงกึ่งติดตลก

 

ได้ยินคำที่ฟังดูกำกวมแบบนั้น ซูเซี่ยเอ๋อก็ก้มหน้าลง ใบหน้าของเธอเริ่มแดงเล็กน้อย

 

ป้าซูควักมีดสั้นปลายแหลมออกมาอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะจิ้มลงบนนิ้วของกู่ฉิงซานจนเลือดหยดลงบนใบมีด จากนั้นก็ยกมันขึ้นมาเลีย

 

“หือ ..”  ป้าซูเลียริมฝีปาก “เป็นยาชนิดเดียวกันจริงๆ แถวยังเป็นชนิดที่รุนแรงมากอีกด้วย”

 

แววตาของเธอแปลกไปเล็กน้อย “เด็กน้อย เธอทนฤทธิ์ของมันได้ยังไง”

 

กู่ฉิงซานฝืนยิ้มและกล่าว “ผมพอทนได้ แต่มันยากลำบากมาก”

 

ในความเป็นจริง กู่ฉิงซานแค่ใช้พลังวิญญาณในตันเถียนเพียงเล็กน้อย ก็สามารถบดขยี้ฤทธิ์ของพิษได้แล้ว

 

ทว่า ในโลกใบนี้ยังไม่เคยปรากฏสิ่งที่เรียกว่าพลังวิญญาณ และกู่ฉิงซานก็ไม่ยินดีที่จะเปิดเผยความลับนี้ของเขาออกไป จึงไม่คิดจะเอ่ยถึงมัน

 

ซูเซี่ยเอ๋อที่เดิมทีเป็นคนฉลาดอยู่แล้ว ในตอนนี้เธอก็ได้รู้ถึงสาเหตุและผลกระทบที่จะตามมา

 

เธอกุมมือป้าซู และเอ่ยขออย่างจริงจัง “พี่สะใภ้ พี่มียาแก้พิษที่ได้มาจากท่านปู่อยู่ใช่ไหม ได้โปรดใช้มันช่วยเขาด้วย”

 

ป้าซูหยิบขวดเล็กๆออกมา จากนั้นก็เทเม็ดยาแคปซูลสีขาวๆแล้วยื่นมันไปให้กู่ฉิงซาน “กลืนมันลงไป”

 

แม้วาจาจะแข็งกระด้างไปบ้าง แต่แววตาของเธอที่มองกู่ฉิงซานนั้นฉายแววอ่อนโยนเป็นพิเศษ

 

เจ้าหนูนี่ระวังตัวเป็นอย่างดี ไม่เลวเลย

 

กู่ฉิงซานคว้าแคปซูลมา โยนมันเข้าปาก และกล่าวว่า “ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเป้าหมายของเขาคือการให้ผมและซูเซี่ยเอ๋ออับอายในที่สาธารณะ”

 

เวลานี้หลายคนได้เปลี่ยนเป้าสายตา และพากันมองไปยังจางเย่อ

 

ส่วนจางเย่อ เมื่อเห็นว่าแผนของเขาถูกเปิดโปง ทั่วทั้งร่างก็สั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก

 

เขาหันหลังกลับทันที เตรียมที่จะวิ่งหนีออกไป

 

ในหัวใจของผู้คุ้มกันทั้งสองเวลานี้เต็มไปด้วยความโกรธ

 

ทั้งหลักฐานและการกระทำของจางเย่อในตอนนี้ เกือบทั้งหมดก็ย่อมชัดเจนแล้ว

 

กู่ฉิงซานมักจะพบปะกับคุณหนูเป็นประจำ ดังนั้นทั้งสองจึงไม่ระแวงเขาจนเกินไป

 

และยิ่งเป็นในงานพร็อมฉลองจบการศึกษาที่มีคนแปลกหน้าพลุกพล่าน จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะหันความสนใจไประวังคนเหล่านั้นแทน

 

ดังนั้นหากจู่ๆกู่ฉิงซานดันกระทำการหยาบช้าอย่างฉับพลัน มันก็คงสายเกินไปที่พวกเขาจะหยุดยั้ง

 

ในสถานที่ๆอยู่ท่ามกลางสายตาผู้คน หากคุณหนูที่เปรียบดั่งไข่มุกล้ำค่าถูกกู่ฉิงซานกระทำไร้ยางอาย ชื่อเสียงของเธอจะต้องได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และอาจเกิดเหตุวุ่นวายได้

 

นอกจากนี้ หากในงานมีมือที่สามซ่อนตัวอยู่ บางทีอีกฝ่ายอาจจะใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายฉวยโอกาสสังหารคุณหนูก็ได้

 

ร่างของชายชราผมกระพริบวูบ และมาหยุดขวางหน้าของจางเย่อ

 

“รู้ไหมเด็กน้อย มนุษย์เรามักจะมีความกลัวที่แตกต่างกัน ทำไมเธอไม่หลับลง แล้วจมอยู่กับความฝันอันแสนหวานซะล่ะ”

 

ชายชราฮัมเพลง พลางยื่นมืออันหยาบกร้านวางลงบนหัวของจางเย่อ จากนั้นก็ค่อยๆหลับตาลง

 

และแล้วสิ่งที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้น

 

ยามเมื่อชายชราปิดตาลง ดวงตาของจางเย่อก็ปิดลงเช่นกัน

 

ชายชรายังคงฮัมเพลงด้วยท่วงทำนองแปลกๆ ราวกับเป็นบทกลอนที่มารใช้ล่อลวงมนุษย์ “เอาล่ะ บอกความลับของเธอมา แล้วฉันจะบันดาลทุกความปรารถนาในหัวใจของเธอให้เป็นจริง”

 

บนใบหน้าของจางเย่อเริ่มเผยรอยยิ้มแปลกๆ ปากของเขาขยับพึมพำออกมา “ผมจะบอกคุณ ผมจะบอกคุณเดี๋ยวนี้ล่ะ”

 

ฉากอันแปลกประหลาดนี้ ดึงดูดเสียงกระซิบกระซาบไปทั่วฝูงชน

 

และในตอนนั้นกู่ฉิงซานก็เผลอเอ่ยออกมาอย่างไม่ทันคิด “หรือว่านี่คือวิชาประเภทเทียนซวน (สวรรค์แต่งตั้ง)”

 

ซูเซี่ยเอ๋อที่ยืนอยู่ข้างๆกระซิบตอบกลับไป “ใช่แล้วปู่ลี่เป็นมือหนึ่งในการใข้วิชาเทียนซวนด้านการค้นหาความจริง”

 

วิชาเทียนซวนนั้นเป็นพลังที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก มันเป็นพลังลึกลับอันแสนพิเศษ ที่มักจะปรากฏขึ้นในตอนที่มนุษย์กำลังเติบใหญ่

 

ความสามารถดังกล่าวที่ได้มา แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธก็ไม่สามารถเรียนรู้ ลอกเลียน และแทรกแซงได้ เปรียบดั่งมันเป็นประกาศิตที่สวรรค์กำหนด

 

ดังนั้นผู้ที่มีความสามารถเหล่านี้ จึงมักจะถูกเรียกว่า เทียนซวน

 

ในโลกจริง ระดับพลังต่อสู้ที่สูงที่สุดในมนุษยชาติจะแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเทียนซวน(สวรรค์แต่งตั้ง) กลุ่มสองหวูเต๋า(วิถียุทธ) กลุ่มสามเฉาฟ่าน(ผ่าเหล่า) และสุดท้ายกลุ่มที่สี่เฉินยี่(ผู้สืบสายโลหิตจากทวยเทพ) ซึ่งวิชาของแต่ละประเภทนั้นจะไม่มุ่งเน้นไปในทิศทางเดียวกัน

 

นอกจากนี้ ยังมีหุ่นรบและกองยานรบระหว่างดวงดาวอันทรงประสิทธิภาพ และอาวุธสงความขนาดใหญ่ที่มีอำนาจทำลายล้างเกินกว่าสามัญสำนึก

 

ตามที่ซูเซี่ยเอ๋อกล่าว ชายชราผมขาวเกรงว่าอาจจะเป็นเทียนซวนประเภทสะกดจิต

 

เมื่อเห็นว่าทุกสายตามุ่งความสนใจไปยังชายชรา ซูเซี่ยเอ๋อก็ลดเสียงลงและกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “พี่ใหญ่ฉิงซาน วันนี้ขอบคุณมากนะ”

 

“อย่าขอบคุณฉันเลย” กู่ฉิงซานเอ่ยอย่างสงบ “ฉันทำก็เพื่อตัวฉันเอง และถ้าหากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาล่ะก็ ผลลัพธ์ของมันคงทำให้ฉันรู้สึกแย่”

 

เขาได้เอ่ยความจริงออกไป ความจริงที่ในชีวิตก่อนหน้าของเขาไม่เคยได้เอ่ยมันออกมา

 

ซูเซี่ยเอ๋อส่ายหัวและกล่าวอย่างจริงใจว่า “พี่ใหญ่ฉิงซาน สำหรับหญิงสาว ชื่อเสียงเป็นสิ่งที่สำคัญมากก็จริง แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องขอบคุณอยู่ดี จากนี้ไปหากในอนาคตพี่มีปัญหาอะไร เซี่ยเอ๋อสัญญาว่าจะพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะปกป้องพี่”

 

ซูเซี่ยเอ๋อนับว่าเป็นเด็กสาวที่ดีคนหนึ่ง ในชีวิตก่อนหน้า แม้ว่าเธอจะผิดหวังกับการกระทำไร้ยางอายของกู่ฉิงซาน แต่เธอก็ยังไปก้มหัวอ้อนวอนผู้นำตระกูลนานกว่าสามวัน เพื่อขอให้ตระกูลซูไว้ชีวิตเขา

 

ด้วยเหตุนี้ ในชีวิตก่อนหน้าของกู่ฉิงซาน ทำให้แม้ว่าเขาจะฟันฝ่าต่อสู้มานานหลายปี ก้าวผ่านทะเลเลือดและขุนเขาที่เต็มไปด้วยซากศพ จนหัวใจของตนเย็นชาไร้ความปรานี จวบกระทั่งในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนถูกบังคับออกจากเกม ซูเซี่ยเอ๋อก็ยังเป็นคนสำคัญในหัวใจของเขา

 

กู่ฉิงซานยิ้มแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก

 

บางสิ่งก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวให้มากความจนเกินไป

 

ตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจก็คือ เหตุผลที่จางเย่อทำแบบนี้ต่างหาก

 

ประเด็นนี้ ในชีวิตก่อนหน้าเขาไม่เคยได้รับรู้มันเลยด้วยซ้ำ

 

กู่ฉิงซานครุ่นคิดอยู่อย่างเงียบๆ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าสาวงามข้างกายกำลังแอบมองเขาอยู่

 

ผ่านไปนาน ซูเซี่ยเอ๋อจึงเบนสายตาออกไปอย่างเงียบๆ แต่กลับเกิดความรู้สึกลึกล้ำบางอย่างขึ้นในหัวใจของเธอ

 

เธอรู้สึกว่ากู่ฉิงซานในวันนี้ ดูจะไม่เหมือนกับที่เคยเป็น

 

แม้รูปร่างหน้าตาก็ยังเป็นเขาคนเดิม แต่กลับมีบางอย่างแตกต่างออกไป ..