หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online – EP.5 หวนคืน

 

เมื่อร่างกายตอบบสนอง กู่ฉิงซานก็พบว่าพลังวิญญาณในตันเถียนของเขาเติบโตขึ้นเล็กน้อย

 

เขารู้สึกว่าธนูกองทัพในมือดูเหมือนจะมีน้ำหนักเบาขึ้น ซึ่งนี่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งทางกายภาพที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

 

กู่ฉิงซานพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขาหันสายตาไปมองนาฬิกาทรายที่อยู่เหนือหน้าต่างตัวละคร

 

ทรายที่อยู่ภายในขณะนี้ว่างเปล่า

 

และในตอนนั้นเอง เส้นบรรทัดเล็กๆพร้อมกับคำแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างตัวละครอย่างรวดเร็ว

 

“ผู้เล่น กู่ฉิงซาน ได้อยู่ในต่างโลกเป็นเวลา24ชั่วโมงแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องหวนคืนกลับสู่โลกจริง”

 

“อุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในถุงสัมภาระ และสามารถนำออกมาใช้ได้หากจำเป็น”

 

“เริ่มต้นกระบวนการหวนคืน”

 

ความปวดแปล่บแล่นเข้ามาในหัวจนรู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย

 

กู่ฉิงซานลืมตาขึ้น และพบว่าเท้าของเขากำลังสวมเฟอร์ที่ดูนุ่มและมีราคาแพง ขณะที่กำลังคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นและเผชิญหน้าอยู่กับสาวงามที่กำลังมองกลับมาอยู่เบื้องหน้า

 

ที่แห่งนี้คือภายในหอประชุมที่ถูกตกแต่งไว้ค่อนข้างหรูหรา เฉกเช่นเดียวกับสถานที่พบปะของสังคมชั้นสูง

 

สิ่งที่ขัดแย้งกับสถานที่แห่งนี้เพียงอย่างเดียวก็คือเสียงเชียร์โดยรอบที่ผสมปนเปกับเสียงพลงเต้นรำอันไพเราะและผ่อนคลาย

 

“ได้กัน! ได้กัน!”

 

“ตอบตกลงกับเขาไปสิ”

 

“แกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่า? รีบพูดมันออกไปสิ!”

 

เสียงโดยรอบดังก้องไปมาอย่างต่อเนื่อง

 

ในตอนนั้นเอง ใครบางคนก็ได้ตบไหล่ของกู่ฉิงซานจากเบื้องหลังและกล่าวว่า “ฉิงซาน กล้าเข้าไว้ ปลดปล่อยความในใจออกไป และเอ่ยมันออกมาอย่างกล้าหาญ!”

 

กู่ฉิงซานเหลียวหลังกลับไป

 

คนที่ตบไหล่เขาคือจางเย่อ เพื่อนในโรงเรียนสมัยมัธยมของเขา

 

กู่ฉิงซานหันไปมองรอบๆ และในที่สุดก็หยุดลงตรงร่างของเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงข้าม

 

เธอดูดีในทุกๆสัดส่วน แม้ว่าจะไม่ได้สวมเครื่องประดับใดๆ และสวมเพียงแค่ชุดเดรสยาวสีขาวธรรมดาๆ แต่กลับสามารถทำให้ผู้คนจำนวนมากจดจำ และระบุตัวเธอได้ทันทีจากท่ามกลางฝูงชนเพียงแค่มองผ่าน

 

ซูเซี่ยเอ๋อ

 

เทพธิดาประจำโรงเรียนเอกชนชั้นสูงแห่งมณฑลฉางหนิง

 

ไข่มุกล้ำค่าแห่งตระกูลซู ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้าตระกูลชั้นสูงของรัฐบาลกลาง

 

กู่ฉิงซานปิดตาและเปิดขึ้นอีกครั้ง

 

‘เด็กสาวเบื้องหน้าฉันยังคงอยู่ที่นี่’

 

‘ฉันถูกส่งข้ามเวลากลับมาจริงๆ!’

 

กลับมายังช่วงเวลาที่เป็นจุดเปลี่ยนแห่งชะตากรรมในชีวิตของตน!

 

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉิงซาน เขาเหลียวหลังกลับไป

 

แน่นอนว่าชายที่ตบไหล่เขาก็สังเกตเห็นท่าทีที่แปลกๆ เขาจึงกล่าวเชียร์กู่ฉิงซานเพื่อเติมเชื้อไฟ “นายต้องกล้าที่จะพูดความรู้สึกในใจออกมา”

 

“ซูเซี่ยเอ๋อ ฉิงซานมีบางอย่างจะสารภาพกับเธอ!”

 

“ใช่ๆ เขาเตรียมตัวมาเป็นเวลานานเพื่องานนี้! เพื่อที่จะบอกความในใจแก่เธอ”

 

“กู่ฉิงซาน นายบอกเองใช่ไหมว่าให้พวกเราทุกคนเป็นพยาน”

 

ท่ามกลางฝูงชนก็ยังคงปรากฏเสียงเชียร์ออกมาเป็นระยะๆ

 

เมื่อเห็นว่ากู่ฉิงซานยังคงเงียบ ซูเซี่ยเอ๋อจึงเป็นฝ่ายเริ่มเอ่ยปากก่อน

 

“กู่ฉิงซาน สิ่งที่นายพยายามจะพูดคือ?”

 

ในฐานะที่เป็นเทพธิดาประจำโรงเรียน ยามเมื่อเธอเอ่ยปาก ทุกคนจึงสงบลง

 

ทุกคนต้องการที่จะดูว่า ข่าวลือที่พูดต่อๆกันมาว่ากู่ฉิงซานจะเอ่ยขอความรักจากเทพธิดาในงานพร็อมวันนี้ จะเป็นจริงหรือไม่

 

กู่ฉิงซานยิ้ม เขาระงับคลื่นอารมณ์อันหลากหลายในใจ ก่อนที่จะลุกขึ้นและกล่าวว่า “ซูเซี่ยเอ๋อ ความจริงแล้วฉันหวังว่าเธอจะให้สัญญากับฉันซักอย่างหนึ่ง”

 

“เรื่องอะไร?” ในดวงตาของเด็กสาวราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง แต่ก็แฝงไว้ด้วยอารมณ์ซับซ้อน

 

สีหน้าของกู่ฉิงซานสงบเงียบ และกล่าวว่า “เธอต้องให้สัญญากับฉัน ว่าจะต้องมาลองชิมฝีมือในการปิ้งบาร์บีคิวของฉันในวันพรุ่งนี้”

 

ซูเซี่ยเอ๋องง

 

ผู้คนโดยรอบต่างพากันนิ่งค้างราวกับตัวโง่งม

 

“บาร์บีคิว? นายกำลังจะบอกว่าต้องการชวนฉันไปกินอาหารเย็น? ไม่มีอะไรอื่นแอบแฝงใช่ไหม?” ซูเซี่ยเอ๋อยังคงสงสัยว่าเขาอาจจะพูดอะไรผิดไป

 

“แน่นอน นอกจากจะได้ลิ้มรสของมันแล้ว ฉันจะโชว์วิธีหั่นมันแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย” กู่ฉิงซานกางมือออก “เธออยากลองชิมอาหารฝีมือฉันไหม”  

 

ซูเซี่ยเอ๋อ กวาดดวงตาอันงดงามไปยังฝูงชน และหยุดลงตรงหนึ่งในนั้น “แต่เพื่อนรักของนาย — จางเย่อ เขาบอกว่านายต้อง— ”

 

กู่ฉิงซานกล่าวขัด “ฉันไม่เคยพูดอะไรทำนองนั้นกับเขา”

 

ซูเซี่ยเอ๋อดูเหมือนว่าจะผ่อนคลายลง รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ “อย่างนั้นหรอ? งั้นนี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่นายหมายถึง”

 

ในตอนนั้นเองเด็กชายคนหนึ่งก็กระโดดออกมาจากฝูงชน และเอ่ยออกมาอย่างร้อนรน “ฉิงซาน ไหนนายบอกฉันว่าวันนี้ นายจะสารภาพรักกับซูเซี่ยเอ๋อ ไม่ใช่รึไง”

 

ในตอนนั้นฝูงชนก็เริ่มส่งเสียงโห่

 

กู่ฉิงซานหันหน้ากลับไป และจ้องมองคนๆหนึ่งในงานพร็อมด้วยสายตาเย็นชา

 

คนๆนั้นคือคนที่พึงตบไหล่ของเขา — จางเย่อ

 

จางเย่อและกู่ฉิงซานนั้นมีชาติกำเนิดที่คล้ายกัน ทั้งสองเกิดในครอบครัวยากจน แต่กลับสามารถเข้ามาเรียนที่มัธยมปลายแห่งนี้ได้ด้วยผลงานอันโดดเด่น

 

ในช่วงเวลาสามปีในโรงเรียน ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน มีมิตรภาพอันลึกซึ้ง

 

กู่ฉิงซานเดิมทีคิดว่าอีกฝ่ายเป็นพี่น้องที่ดี จึงไว้ใจเขา

 

ใครจะไปคิดว่า ในวันงานพร็อม วันฉลองจบการศึกษา จางเย่อจะแอบใส่สารเสพติดไว้ในไวน์ของเขาและให้ฉิงซานดื่มมันลงไป

 

ผลที่ตามมาก็คือ  ในระหว่างการสารภาพรักกับซูเซี่ยเอ๋อ ยาเสพติดก็เกิดออกฤทธิ์ขึ้น ทำให้เขาเผลอกระทำสิ่งที่น่าละอายกับเธอต่อหน้าสาธารณะชน

 

จนในที่สุดเขาก็ถูกผู้คุ้มกันของซูเซี่ยเอ๋อและกลุ่มนักเรียนที่มามุงดูจับตัวไว้ และซ้อมจนปางตาย

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนไปทั้งโรงเรียน

 

เดิมในสายตาของซูเซี่ยเอ๋อ กู่ฉิงซานนั้นนับว่าเป็นนักเรียนที่ดี เขาค่อนข้างมีพรสวรรค์ ธรรมชาติก็ดูเป็นคนไม่เลวร้าย และทั้งสองแม้จะไม่สนิทกัน แต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

 

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ซูเซี่ยเอ๋อผิดหวังในตัวเขาโดยปริยาย เธอตบหน้าเขาต่อหน้าธารกำนัล ก่อนที่จะร้องไห้แล้ววิ่งหนีไป

 

หลังจากที่ตระกูลซูรู้ข่าว พวกเขาก็โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก และขู่ว่าจะเอาชีวิตของกู่ฉิงซาน ทางด้านโรงเรียนก็ไม่ลังเลเลยที่จะลอยแพเขา แม้จะไม่ได้ไล่กู่ฉิงซานออกโดยตรง แต่ทางโรงเรียนก็ปิดโอกาสทั้งหมดที่จะให้เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้

 

แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นซูเซี่ยเอ๋อที่ถ่อไปยังตระกูลหลัก และอ้อนวอนว่าอย่าทำร้ายฉิงซานอยู่กว่าสามวันสามคืน จนในที่สุดหัวหน้าตระกูลซูก็บอกว่าจะให้อภัยกู่ฉิงซาน และปล่อยชีวิตน้อยๆของเขาให้อยู่ต่อไป

 

ต้องรู้นะว่าหัวหน้าตระกูลซูนั้นเป็นจ้าวมณฑลฉางหนิงที่มีอำนาจครอบคลุมทั้งมณฑล และเป็นหนึ่งในจ้าวมณฑลของรัฐบาลกลางที่มีเพียงเก้าคนเท่านั้น

 

ตั้งแต่นั้นมา กู่ฉิงซานก็ถูกเยาะเย้ย และจ้องมองด้วยสายตาเย็นชา ไม่มีใครคิดจะผูกมิตรกับเขา

 

บริษัทวิจัยและพัฒนาที่เดิมทีกู่ฉิงซานไปช่วยงานอยู่ก็ไล่เขาออก

 

เขาพยายามไปยังทุกมหาลัย แต่ไม่มีมหาลัยใดกล้าที่จะรับเขาเข้ามา ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องของานทำ จนในที่สุดเขาก็เกือบที่จะหิวตายในสลัม

 

และทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณเพื่อนรักของเขา — เจ้าคนทรยศจางเย่อ

 

กู่ฉิงซาน ต้องดิ้นรนอยู่ในความสิ้นหวังและสับสน จนกระทั่งได้รับรู้ถึงเรื่องของต่างโลกและความจริงที่ปรากฏ เขาจึงไม่รอช้าและคว้าโอกาสนั้นไว้ในขณะที่คนอื่นพากันเบือนหน้าหนี

 

ทว่าสำหรับในชีวิตใหม่นี้ของเขา เรื่องราวที่กล่าวมาก็เพียงฝันร้ายในยามค่ำคืน กู่ฉิงซานไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีวันนี้ วันที่ได้รับชีวิตใหม่ เขาจึงกระตือรือร้นที่จะกัดฟันดิ้นรนไม่ให้เกิดโศกอนาฎกรรมเดิมซ้ำเป็นอย่างมาก

 

นอกจากนี้เหตุการณ์ในช่วงเวลาก่อน ยังสะท้อนให้เห็นถึงบางสิ่ง

 

บางสิ่งที่ว่าก็คือ ซูเซี่ยเอ๋อนั้นเป็นดั่งเด็กสาวที่ได้รับพรจากสวรรค์ เป็นความภาคภูมิใจของเก้าตระกูลใหญ่และสหพันธ์ การที่ได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเธอก็มากพอแล้วสำหรับนักเรียนยากจนเช่นเขา

 

ฉิงซานคิดว่า จริงๆแล้วเขาไม่ควรที่จะเพิ่มความสัมพันธ์ใดๆกับซูเซี่ยเอ๋อในช่วงเวลานี้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เขายังไม่มีความแข็งแกร่งใดๆ

 

นี่ไม่เพียงจะสร้างปัญหาให้แก่ซูเซี่ยเอ๋อเท่านั้น แต่มันจะทำให้ตัวเขาเองตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายอีกด้วย

 

โชคดีจริงๆที่ได้ย้อนเวลากลับมาในวัยหนุ่ม และกู่ฉิงซานจะไม่ทำผิดพลาดเช่นเดียวกันกับในอดีต

 

เรื่องพวกนี้มันไร้สาระ ทั้งเขาและเธอในเวลานี้ยังเด็กเกินไป… ส่วนจางเย่อก็ยังคอยใส่ไฟอยู่ข้างกายเขาตลอดเวลา และมักจะเอ่ยคำที่ยุยงไปว่า “ซูเซี่ยเอ๋อนั้นชอบเขา”

 

จนที่สุดแล้วก็นำมาสู่เหตุการณ์การสารภาพรักในงานพร็อมในครั้งนี้

 

โชคดีจริงๆที่ได้ข้ามเวลากลับมาอีกครั้ง กู่ฉิงซานจะไม่ทำผิดซ้ำสองอีก

 

ต่อหน้าทุุกคน กู่ฉิงซานมองไปที่จางเย่อและกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “นายเข้าใจผิดแล้ว คนที่ฉันชอบจริงๆก็คือ ซีชวงหยาน”

 

วินาทีนั้นเสียงหัวเราะก็ระเบิดขึ้นในฝูงชน แม้กระทั่งซูเซี่ยเอ๋อก็ยังเผยยิ้มตรงมุมปากออกมา

 

ซีชวงหยานคือนักร้องที่โด่งดังที่สุดของโลกในตอนนี้

 

ไม่ว่าจะเป็นจักรวรรดิโอลันก้าในตอนเหนือ หรือสารธารรัฐฟูซีอันกว้างใหญ่ และสหพันธ์เสรีทางตอนใต้ ผู้ชายนับไม่ถ้วน แม้กระทั่งเด็กสาวหรือเด็กน้อยก็ต้องยอมสยบเมื่ออยู่ใต้กระโปรงทับทิมของซีชวงหยาน

 

มีผู้คนมากมายในโลกที่ชื่นชอบซีชวงหยาน ในมุมมองของกู่ฉิงซาน หากเอ่ยคำนี้ออกไป ซูเซี่ยเอ๋อก็คงจะไม่คิดมาก นั่นทำให้เขาไม่ถูกตัดโอกาสในการสานสัมพันธ์ไปโดยสมบูรณ์

 

พอได้ยินแบบนั้น ผู้ชายหลายคนท่ามกลางฝูงชนก็อดที่จะตะโกนออกไปไม่ได้ “กู่ฉิงซาน จบงานนี้นายห้ามลืมมารายงานตัวเพื่อเข้าร่วมกลุ่มแฟนคลับของซีชวงหยานด้วยล่ะ!”

 

สีหน้าของจางเย่อแปรเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง หัวใจค่อยๆมืดมนลงอย่างช้าๆ

 

เขาคาดไม่ถึงเลยว่ากู่ฉิงซานจะมาไม้นี้ หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปล่ะก็ ..

 

ไม่ดีแน่ ฉันต้องไม่ปล่อยให้เขาหลุดรอดไป หลังจากวันนี้ โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้วในอนาคต

 

นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จางเย่อจะเหยียบย่ำกู่ฉิงซาน และก้าวขึ้นเหนือเขา

 

จางเย่อกัดฟันและก้าวมาข้างหน้า เขากระซิบข้างหูกู่ฉิงซาน “ฉิงซาน ถ้านายยังทำแบบนี้ต่อไป วันดีๆ โอกาสดีๆแบบนี้จะจบลง”

 

ระหว่างกล่าวก็วางมือลงบนไหล่ของกู่ฉิงซาน

 

พร้อมกับความเจ็บปวดน้อยๆที่แผ่ตามลงมา

 

นั่นก็เพราะ… มีเข็มซ่อนอยู่ในมือของจางเย่อ!

 

กู่ฉิงซานไม่มีท่าทีต่อต้าน เขาทำเพียงแค่หันหน้าไปมองอีกฝ่ายอย่างจริงจัง และเฝ้ารอจนกระทั่งอีกฝ่ายเตรียมการเสร็จ

 

“ทำไม?” กู่ฉิงซานถามอย่างสงบ

 

“ทำไม ทำไมอะไร?” หลังจากที่เห็นว่าเข็มถูกเจาะลงไปแล้ว สีหน้าของจางเย่อก็ค่อยๆผ่อนคลายลง

 

ปริมาณยาในเข็มนั้นค่อนข้างเข้มข้น ภายในไม่เกินหนึ่งนาที กู่ฉิงซานจะไม่สามารถระงับสัญชาตญาณของตนเองได้

 

“ทำไมนายถึงทำกับฉันแบบนี้? ฉันจำได้ว่าเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอ?” กู่ฉิงซานเอ่ยถาม

 

สายตาของจางเย่อหุบต่ำลงโดยไม่รู้ตัวและพึมพำออกมา “อย่าโทษฉัน ฉันมันก็แค่คนๆหนึ่งที่ยากจนบนโลกใบนี้  เมื่อมีโอกาสฉันก็ต้องคว้า … เพื่อชีวิตที่ดีกว่า!”

 

ระหว่างกล่าว เขาก็ผลักกู่ฉิงซานไปทางซูเซี่ยเอ๋อ

 

ร่างของกู่ฉิงซานเริ่มร้อนผ่าว ลมหายใจของเขาเริ่มหนักขึ้น หน่วงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะล้มลงข้างๆซูเซี่ยเอ๋อ

 

ยาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

 

หัวใจของกู่ฉิงซานเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ

 

ทันใดนั้นเขาก็จำได้ว่าครั้งหนึ่งซูเซี่ยเอ๋อเคยพูดถึงเรื่องของจางเย่อโดยไม่ตั้งใจ

 

“พี่ใหญ่ฉิงซาน ฉันเคยมองเข้าไปในดวงตาของจางเย่อ และเห็นว่าแววตาของเขามันต่างออกไปในเวลาที่มองพี่”

 

กู่ฉิงซานแอบส่ายหัว

 

ยิ่งไว้ใจมากเท่าไหร่ ความผิดหวังก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

 

จบเพียงเท่านี้เถอะ

 

ความคิดวาบขึ้นในหัวใจของกู่ฉิงซาน พลังวิญญาณในตันเถียนเริ่มพลุ่งพล่าน และระงับฤทธิ์ยาทันที ความร้อนรุ่มในทั่วร่างของเขาก็ค่อยลดลง

 

ดวงตาของกู่ฉิงซานกลับมาเป็นประกายกระจ่างใส เขาตะโกนออกไปทันที “ป้าซู ออกมา”

 

ทันใดนั้นหญิงวัยกลางคนที่ดูทรงเสน่ห์และชายชราผมสีเทาก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ

 

ทั้งสองคนนี้คือผู้คุ้มกันของซูเซี่ยเอ๋อ

 

ซูเซี่ยเอ๋อเป็นลูกหลานสายตรงของซูฝู และเป็นเด็กเพียงคนเดียวในตระกูลซู ดังนั้นเธอจึงได้รับความรักจากเหล่าคนในตระกูลซูเป็นอย่างมาก ทางตระกูลจึงได้มอบผู้คุ้มกันสองคนไว้คอยปกป้องเธอ 

 

“เธอกำลังคิดจะทำอะไร?”

 

หญิงสาววัยกลางคนเอ่ยขึ้นพลางหันหน้าไปมองกู่ฉิงซาน

 

หล่อนคอยติดตามปกป้องซูเซี่ยเอ๋ออยู่ข้างกายตลอดเวลา ดังนั้นจึงรู้จึกเด็กหนุ่มคนนี้

 

เดิมทีเธอรู้สึกว่าเด็กหนุ่มมีพรสวรรค์ที่ดี แต่ก็ไม่คาดคิดว่าเขาจะมาสารภาพรักกับซูเซี่ยเอ๋อในวันนี้

 

เมื่อเห็นการกระทำที่ดูสามหาวนี้ ซูเซี่ยเอ๋อก็รู้สึกว่าตนกำลังแบกรับความกดดันอย่างหนัก แม้กระทั่งคนคุ้มกันของเธอก็ยังรู้สึกผิดหวังต่อกู่ฉิงซานเป็นอย่างมาก

 

ควบคู่ไปกับการที่เดิมทีหล่อนคอยตามปกป้องซูเซี่ยเอ๋อ ตอนนี้จู่ๆก็ถูกเรียกให้เผยตัวอย่างฉับพลัน ทำให้ในหัวใจของหล่อนเต็มไปด้วยความหงุดหงิด