หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.30 – เส้นทางคดเคี้ยวสู่จุดสูงสุด

 

อีกด้านหนึ่ง

 

ผู้นำตระกูลเนี่ยและผู้นำตระกูลไป่กำลังนั่งพูดจาหารือกัน

 

ผู้นำตระกูลเนี่ยเป็นชายชรารูปร่างผ่ายผอม เมื่อได้ยินประโยคที่อีกฝ่ายเปล่งออกมา เส้นเลือดก็ปรากฏขึ้นตามลำคอลามขึ้นมาจนถึงใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

 

“หลานชายคนโตของฉันตายลงแบบนี้ ต่อให้อีกฝ่ายเป็นถึงประธานาธิบดีก็อย่าหวังว่าจะหยุดยั้งความโกรธของชายแก่คนนี้ได้!”

 

ผู้นำตระกูลไป่เป็นชายวัยกลางคน ไว้เคราเล็กๆ บัดนี้สองมือของเขาที่วางอยู่บนขาทั้งสองกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แทบจะทะลุถุงมือหนังสีดำที่สวมใส่อยู่ออกมา

 

เขากล่าว “เจ้าเด็กนั่นมันแก้ผ้าลูกชายฉัน และจับเขาโยนลงทะเลสาบ นับว่าเป็นการฉีกหน้า ทำลายชื่อเสียงของตระกูลไป่ของฉันอย่างร้ายแรง!”

 

“โปรดบอกมาว่าคุณมีความคิดอะไร”ชายชรามองเขาแล้วเอ่ย

 

“ตราบใดที่เจ้าเด็กนั่นไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของท่านประธานาธิบดี พวกเราตระกูลไป่ก็จะสามารถจัดการกับมันได้” ผู้นำตระกูลไป่กล่าว

 

ผู้นำตระกูลเนี่ยมองอีกฝ่ายด้วยแววตาลึกล้ำและเอ่ยถาม “ทำไมคุณถึงต้องทำอะไรเป็นแบบแผนเช่นนั้นด้วย? อย่าปิดบังความจริงจากฉัน เท้าข้างหนึ่งของฉันก้าวลงโลงไปแล้ว แต่ฉันจะต้องลากมันตามไปด้วยให้ได้ เรื่องแผนเล็กๆน้อยๆน่ะมันไร้สาระ”

 

ผู้นำตระกูลไป่ยิ้มและกล่าว “ตามที่หน่วยข่าวกรองของฉันรายงานมา เป็นไปได้ว่าเจ้าเด็กนั่นบังเอิญสรรสร้างงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อันยอดเยี่ยมขึ้นมาได้”

 

เขาถอนหายใจ “ตระกูลไป่ของเราได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้มาแล้ว และได้ผลสรุปออกมาว่าภายใต้กฏหมายของรัฐบาลกลาง ตราบเท่าที่เจ้าเด็กนั่นยังมีชีวิตอยู่ ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่เขาสรรสร้าง จะเป็นแค่ของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น”

 

คิ้วของผู้นำตระกูลเนี่ยขมวดมุ่น เขากล่าว “นี่มันจะไม่เห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยหรือ อย่าบอกนะว่าคุณก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้”

 

“แน่นอนว่าฉันไม่เห็นด้วย”

 

“แต่มันจะต้องสรรสร้างผลงานออกมาด้วยวิธีใดกัน ที่ถึงกับทำให้ท่านประธานาธิบดีต้องออกมาปกป้องเขาด้วยตัวเองเช่นนี้”

 

ผู้นำตระกูลไป่คลายมือที่กำแน่นออกและกล่าว “ฉันมีแผนแล้ว พวกรุ่นเยาว์น่ะเอาแต่มัวเมากับการเพ้อฝันเรื่องความรักอันสวยงาม สาวงามทุกคนต่างใฝ่ฝันที่จะได้รับความรักจากวีรบุรุษ …  เอาอย่างนี้ก็แล้วกันพวกเราตระกูลไป่จะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการกับเจ้าเด็กนั่นเอง แต่ก่อนหน้านั้น ตระกูลเนี่ยของคุณจะต้องพยายามผูกสัมพันธ์อันดีกับเด็กสาวตระกูลซูให้ได้เสียก่อน”

 

“ตกลง ถึงจะไม่รู้ว่ามีแผนอะไร แต่ฉันไว้ใจคุณ …” ผู้นำตระกูลเนี่ยลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ก่อนจะใช้ไม้พยุงร่างกายเดินจากไปอย่างช้าๆ

 

แต่จู่ๆเขาก็หันกลับมาแล้วกล่าว “ขอถามอีกสักสองข้อสุดท้ายจะได้ไหม ถ้าคำตอบของมันทำให้ฉันพอใจ ฉันจะลงมือทันที”

 

“เชิญกล่าว”

 

“เด็กสาวคนนั้น ใครกันที่คุณต้องการให้เขาแต่งงานกับเธอ”

 

“สหายเนี่ย อย่าทำให้ฉันตลกไปหน่อยเลย หากเทียบกับผลประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ใจแล้ว ความต้องการของฉันสอดคล้องกับตัวเลือกที่คุณมีที่สุดแล้ว”

 

“งั้นคำถามที่สอง คิดลงมือกับเจ้าเด็กนั่น คุณไม่กลัวว่าท่านประธานาธิบดีจะจับได้หรือ?”

 

“แม้ประวัติของฉันจะไม่ดี แต่รัฐบาลกลางในช่วง 300 ปีมานี้ มีนักฆ่ามากมายนับไม่ถ้วนทำการลอบสังหารประธานาธิบดีและคนใกล้ชิดของเขา มีหรือพวกเขาจะสาวมาถึงฉัน?”

 

ผู้นำตระกูลเนี่ยจ้องมองอีกฝ่ายอยู่นานก่อนจะกล่าว “ฉันจะไปจัดหาผู้ชายที่ดีที่สุดมาจัดการกับเด็กสาวตระกูลซู ส่วนเจ้าเด็กนั่นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณก็แล้วกัน”

 

“โปรดมั่นใจ เมื่อถึงเวลาตัดเค้ก ฉันจะไม่ลืมที่จะแบ่งมันให้แก่ตระกูลเนี่ยอย่างแน่นอน” ผู้นำตระกูลไป่ยืนขึ้นและกล่าว

 

ผู้นำตระกูลเนี่ยพยักหน้า และเดินจากไปด้วยความพึงพอใจ

 

ผู้นำตระกูลไป่จุดซิการ์ และสูดควันเข้าปอดจนซิการ์หายไปเกือบทั้งแท่ง และกล่าวอย่างฉับพลัน “ใครก็ได้ออกมาทีซิ”

 

“ครับท่าน”

 

“จัดหาคนมีฝีมือดีๆซักคนไปจับตาดูตระกูลเนี่ยเอาไว้ หากพวกเขาทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา รีบปิดประตูตีแมวทันที จำไว้ว่าคนที่รักษาความลับได้ดีที่สุดคือคนที่ตายไปแล้ว”

 

“รับทราบ”

 

….

 

ณ ห้องทำงานประธานาธิบดี

 

ผู้คนได้ทยอยออกไป แม้กระทั่งเทพนักสู้ซางซ่งหยางก็จากไปแล้ว เหลือแค่เพียงประธานาธิบดีกับกู่ฉิงซานที่ยังคงอยู่

 

“ดังนั้นเธอจะไม่พิจารณาเรื่องตำแหน่งในกระทรวงวิจัยจริงๆน่ะหรอ?”ประธานาธิบดีถาม

 

“อ่า ผมต้องการที่จะไปเรียนมหาวิทยาลัยมากกว่า” กู่ฉิงซานกล่าว

 

ประธานาธิบดี “ถึงแม้ว่าฉันจะได้รับการอนุมัติจากเทพธิดากงเจิ้งในเรื่องรับเธอเป็นลูกบุญธรรมต่อหน้าสาธารณะ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยที่จะไปอยู่ในสถานที่ที่ไกลสายตาฉัน”

 

เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “แต่ก็เอาเถอะ ฉันสามารถจัดการเรื่องการเรียนของเธอได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”

 

กู่ฉิงซานกล่าวด้วยความจริงใจ “ขอบคุณสำหรับความเข้าใจและการช่วยเหลือของคุณครับ”

 

ประธานาธิบดีหยิบอุปกรณ์สื่อสารบนโต๊ะขึ้นมาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แน่นอน ทุกเรื่องเกี่ยวข้องกับเธอ เราจะต้องถามความเห็นจากเทพธิดากงเจิ้งก่อน จึงจะจัดการกับมันได้”

 

อุปกรณ์สื่อสารทำการเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว

 

“ฉันตัดสินใจที่จะส่งกู่ฉิงซานไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในเมืองหลวง คุณคิดเห็นว่าอย่างไร?”ประธานาธิบดีถาม

 

ในอีกด้านหนึ่งของอุปกรณ์สื่อสาร เสียงของเทพธิดากงเจิ้งโต้ตอบกลับมา “หลังจากที่ได้พิจารณาแล้ว ตามความคิดเห็นที่ดีที่สุด สำหรับฉัน ตำแหน่งที่เหมาะสมกับกู่ฉิงซานมากที่สุดคือกระทรวงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ต่อมาคือมหาวิทยาลัยกั่วฟาง(มหาวิทยาลัยกองกำลังป้องกันตนเองแห่งชาติ) ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยในเมืองหลวงจะเป็นมหาวิทยาลัยระดับหนึ่ง แต่สาขาวิจัยหุ่นรบทางวิทยาศาสตร์และมาตรการรักษาความปลอดภัยมันไม่เอื้อต่องานวิจัยของกู่ฉิงซาน”

 

ประธานาธิบดีมองไปยังกู่ฉิงซาน

 

กู่ฉิงซานยักไหล่ แสดงท่าทีว่าเขาไม่คิดต่อต้าน และเป็นเรื่องที่พอรับได้

 

มหาวิทยาลัยกั่วฟาง เป็นมหาลัยที่ติดอันดับหนึ่งในสามของรัฐบาลกลาง แม้ว่าการจัดอันดับโดยรวมจะไม่ดีเท่ากับมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง แต่มันมีจุดแข็งในด้านสาขาวิจัยหุ่นรบ จึงกล่าวได้ว่าเหมาะสมมากสำหรับตัวเขา

 

ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ มหาวิทยาลัยกั่วฟางและมหาวิทยาลัยเมืองหลวงก็อยู่ใกล้กันมาก ดังนั้นเขาก็น่าจะไม่มีปัญหาในการแวะเวียนไปพบเจอกับซูเซี่ยเอ๋อในอนาคต

 

การเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งในเรื่องที่กู่ฉิงซานเป็นกังวลอย่างมากในจิตใจของเขา

 

ประธานาธิบดีเห็นกู่ฉิงซานแอบพยักหน้าอย่างลับๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเด็กหนุ่มอยู่ในหัวใจ

 

ประธานาธิบดีมีประสบการณ์มากมายในช่วงชีวิตของเขา เขาได้เห็นและพบเจอกับผู้ที่มีพรสวรรค์มามากมาย และคนเหล่านั้นมักจะมีนิสัยหยิ่งทระนง เอาแต่ใจ คิดว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น

 

ทว่ากู่ฉิงซานที่ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่ม กลับรู้จักฟังความคิดเห็นของคนอื่น และยังสามารถบังคับความคิดของตนให้เป็นกลางได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

นี่เป็นสิ่งสำคัญมากและมันจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับอนาคตของกู่ฉิงซาน

 

“ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็เห็นด้วย” ประธานาธิบดีกล่าว

 

เทพธิดากงเจิ้ง “โปรดทำการอนุมัติ”

 

“ฉันอนุมัติ”

 

เทพธิดากงเจิ้ง “เริ่มทำการเก็บรวบรวมและถ่ายโอนไฟล์ เริ่มทำการคำนวนแต้มบุญของกู่ฉิงซาน”

 

“ตำแหน่งมีความสอดคล้าง การคำนวนเสร็จสมบูรณ์”

 

“เนื่องจากตรงส่วนนี้เกี่ยวข้องกับ ‘ระดับสูงสุด เป็นความลับสุดยอด’ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลา2-3นาทีในการประมวลผล และจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า”

 

ดูเหมือนว่ามันต้องใช้เวลาในการจัดเรียงข้อมูล ประธานาธิบดีพยักหน้า สายตากวาดออกจากอุปกรณ์สื่อสารมายังกู่ฉิงซาน “พรุ่งนี้ตอนเที่ยงอย่าลืมกลับมากินข้าวที่บ้านล่ะ เธอจะต้องไปทักทายสมาชิกในครอบครัว”

 

กู่ฉิงซานพยักหน้า “ทราบแล้วครับ คงต้องรบกวนท่านแล้ว”

 

ประธานาธิบดีหัวเราะและกล่าว “ไม่มีปัญหา อันที่จริงฉันยุ่งจะตาย ข้าวทั้งสามมื้อยังต้องอาศัยพ่อครัวเป็นคนทำ เพราะฉันไม่มีแม้กระทั่งเวลาที่จะใช้ไปกับการเรียนทำอาหาร”

 

พอกล่าวถึงจุดนี้กู่ฉิงซานก็หัวเราะออกมาเช่นกัน

 

“พอเข้ามหาวิทยาลัยก็อย่าลืมมองหาเพื่อนให้มากเข้าไว้ด้วยล่ะ มหาวิทยาลัยกั่วฟางเป็นสถาบันทางทหาร หลังจบออกมา ไม่ช้าก็เร็วพวกเธอก็ต้องเป็นพันธมิตรกัน”

 

“ตกลง ผมจะทำ” กู่ฉิงซานพยักหน้า กล่าวอย่างจริงจัง

 

ตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีไม่คิดควบคุมการเคลื่อนไหวของเขา แถมยังปฏิบัติต่อเขาด้วยความจริงใจ ดังนั้นกู่ฉิงซานจึงทำตามที่อีกฝ่ายร้องขอ และไม่คิดเสแสร้งใดๆต่อเขา

 

ในตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูได้ดังขึ้น

 

“มีเรื่องอะไร?” ประธานาธิบดีเอ่ยถาม

 

“การประชุมวุฒิสภากำลังจะเริ่มขึ้นแล้วในอีกสิบนาทีข้างหน้า ท่านจะต้องไปทำการอภิปรายในเร็วๆนี้”

 

“ไอ้หยา! ฉันเกือบลืมซะสนิทเลย” ประธานาธิบดีตบหน้าผากก่อนจะลุกขึ้น

 

กู่ฉิงซานก็ยืนขึ้นเช่นกันและกล่าว “ดูเหมือนว่าคุณจะไม่มีแม้กระทั่งเวลาเรียนทำอาหารจริงๆด้วยนะครับ”

 

ไม่คาดคิดเลยว่าในที่สุดฉันก็จะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย

 

มหาวิทยาลัยกั่วฟางเป็นมหาลัยที่ดี มันได้รับการสนับสนุนจากกองทัพแห่งรัฐบาลกลาง เป็นสถาบันที่ครอบครองกองกำลังอันแข็งแกร่ง นับว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณดีๆที่ปรากฏขึ้น บางทีเมื่อยามถึงวันสิ้นโลก การร่วมมือกับพวกเขาอาจช่วยให้รับมือกับมันได้ดีกว่าเดิมก็ได้

 

โดยปกติแล้วช่วงวัยมัธยมกู่ฉิงซาน หากไม่นั่งฟังบทเรียนในห้อง ก็มักจะไปนั่งแช่อยู่ในห้องสมุด ไม่มีเวลาไปหาซูเซี่ยเอ๋อ

 

ทว่ามหาวิทยาลัยมันจะต่างออกไป ก่อนจะถึงวันสิ้นโลก เขาสามารถทำอะไรๆก็ได้ตามที่ต้องการ

 

กู่ฉิงซานตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความสุข

 

ในตอนนั้นเอง ปรากฏใครบางคนเดินเข้ามาในห้องทำงาน ก่อนจะกระซิบกระซาบกับประธานาธิบดี

 

ประธานาธิบดีกล่าว  “ฉันคงต้องไปก่อน และอย่าลืมนะว่าเธอมีนัดที่คฤหาสน์ของฉันตอนช่วงเที่ยง”

 

กู่ฉิงซาน “ทราบแล้วครับ”

 

พวกเขาเดินออกไปพร้อมกัน มุ่งตรงเข้าสู่ห้องประชุม ส่วนกู่ฉิงซานก็ถูกเจ้าหน้าที่พิเศษเชิญตัวออกจากห้อง ก่อนที่จะขับรถไปส่งเขา

 

หลังจากที่ทุกคนออกจากห้องทำงาน ประตูก็ปิดลง ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงบ

 

ทว่าหลังจากนั้นไม่กี่นาที อุปกรณ์สื่อสารบนโต๊ะของประธานาธิบดีก็สว่างขึ้น

 

มันเป็นเสียงของเทพธิดากงเจิ้ง

 

“ตามแต้มบุญส่วนบุคคลของกู่ฉิงซาน ระบบได้ทำการคำนวนตำแหน่งที่สอดคล้องกันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดออกมาได้แล้ว ”

 

“ผลลัพธ์ที่ได้คือมหาวิทยาลัยกั่วฟางสาขาเกราะรบขับเคลื่อน ตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ หวังว่าท่านจะเพลิดเพลินกับเกียรติยศ ชื่อเสียง และเบี้ยเลี้ยงที่จะได้รับจากรัฐบาลกลาง”

 

“ประวัติส่วนบุคคลของกู่ฉิงซานเริ่มทำการเปลี่ยนแปลง”

 

เมื่อสิ้นสุดถ้อยแถลงนี้ เทพธิดากงเจิ้งก็ถอนตัวออกจากการเชื่อมต่อไป ….