หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.28 – สุนทรพจน์ทางทีวี

 

“ใช่ ฉันสามารถออกตัวปกป้องเขาได้ แต่ทำไมถึงกับต้องเตรียมการขนาดนี้?”

 

ประธานาธิบดีมองไปยังข้อความบนจอม่านแสงด้วยสีหน้าพิกล

 

บนจอม่านแสงปรากฏน้ำเสียงของเทพธิดากงเจิ้ง “อิงตามประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมนุษย์ เพื่อปกป้องรุ่นเยาว์ที่ยังไม่เติบโตขึ้นอย่างเต็มที่ จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากคนที่มีอำนาจเช่นคุณ”

 

ประธานาธิบดีสูดหายใจลึก “แล้วทำไมถึงควรจะต้องปกป้องเด็กหนุ่มคนนี้ เรื่องนี้สามารถบอกฉันได้ไหม”

 

“ตามข้อตกลงฉันไม่สามารถอธิบายได้ แต่คุณสามารถเลือกที่จะกล่าวถามจากตัวเขาเองโดยตรงได้”

 

นายพลที่ยืนอยู่ข้างๆคิดก่อนจะเอ่ยถาม “แต่อย่างน้อยนี่ คุณก็น่าจะบอกได้ว่าอำนาจพลเมืองของเขาอยู่ในตำแหน่งใด”

 

ประธานาธิบดีตาเป็นประกาย หากเขารู้ในส่วนของเรื่องนี้ ก็จะทำให้เขาเข้าใจถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้มากขึ้น และที่สำคัญในกรณีนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นการละเมิดข้อตกลงของเทพธิดากงเจิ้ง

 

 เทพธิดากงเจิ้ง “อำนาจของประธานาธิบดีคือ ‘ผู้นำสูงสุด’ อำนาจของนายพลซางคือ ‘ผู้นำ’ สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้”

 

“อำนาจส่วนบุคคลของกู่ฉิงซานคือ ‘ผู้นำสูงสุด’ ”

 

ชาที่พึ่งยกขึ้นมาจิบยังไม่ทันจะได้ไหลลงคอ พุ่งพรวดออกมาจากปากของประธานาธิบดี

 

เทพธิดากงเจิ้งกล่าวเสริม “กู่ฉิงซานกำลังประสบวิกฤติถึงชีวิต ขอให้ท่านประธานาธิบดีลงมือทันที”

 

“คำพูดปากเปล่าไม่อาจหยุดยั้งคนของตระกูลไป่ได้” ประธานาธิบดีพยายามสงบลงอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับชาที่พุ่งออกจากปากของเขา “เทพนักสู้ซาง คุณคงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองแล้ว เวลาไม่คอยท่า ฉันกังวลว่าหากช้าไปกว่านี้เขาจะไม่รอด”

 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่รัฐบาลกลางมีประธานาธิบดีมากกว่าหนึ่งคน … เอาเถอะ ฉันอยากจะเห็นเขาจริงๆ ว่าบุคคลที่ได้รับตำแหน่งผู้นำสูงสุดนอกจากเหนือจากฉันจะเป็นคนแบบไหน?”

 

  ……

 

เมื่อกู่ฉิงซานถูกนำตัวมาถึง ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งรัฐบาลกลางก็กำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย

 

ในห้องทำงาน เหลือเพียงประธานาธิบดีคนเดียวที่ยืนหันหลังออกไปทางหน้าต่าง สายตาสาดส่องไปยังเมืองหลวงยามค่ำคืน

 

มองจากที่ไกลๆเขาก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงชายชราหงอกขาวทั่วๆไปที่จมอยู่กับยุคสมัยที่ตนเคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดในอดีต

 

“ท่านประธานาธิบดี นำตัวเป้าหมายกลับมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว” นายพลกล่าว

 

ประธานาธิบดีเรียกสติกลับคืน ก่อนที่กลิ่นอายของเขาจะเปลี่ยนไปทันที ทั่วทั้งร่างแผ่ไปด้วยความภาคภูมิและพลังอำนาจ

 

เขาเหลียวกลับมามองไปยังกู่ฉิงซานด้วยรอยยิ้มและกล่าว “สวัสดี ฉันควรจะเรียกเธอว่านักเรียนกู่ หรือมิสเตอร์กู่ดี?”

 

“ผมพึ่งจะถูกไล่ออกจากโรงเรียน ดังนั้นท่านสามารถเรียกผมว่ามิสเตอร์กู่ก็ได้”กู่ฉิงซานกล่าว

 

“มิสเตอร์กู่ ฉันได้รับคำร้องขอจากเทพธิดากงเจิ้งให้พาเธอมาที่นี่ หวังว่ามันคงไม่ทำให้เธอระคายใจ?” ประธานาธิบดีกล่าว

 

“ไม่อย่างแน่นอน ตรงกันข้ามผมอยากจะขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือของท่านในครั้งนี้” กู่ฉิงซานเอ่ยด้วยความจริงใจ

 

ความแข็งแกร่งของเขายังคงอยู่ในช่วงพัฒนา ปัจจุบันนี้เขากำลังเผชิญกับการต่อสู้ที่หนักหนาเกินไป ยังไม่สามารถทำลายล้างอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์

 

แค่เขาเพียงลำพัง แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับทั้งสองตระกูล

 

อีกฝ่ายแน่นอนว่าต้องมีมืออาชีพเก่งๆมากมายที่ยังไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้

 

หลังจากนี้อีกไม่นาน ก็จะถึงช่วงเวลาที่สามารถเข้าไปยังต่างโลก บางทีคงจะเป็นการดีที่เขาจะเข้าไปซ่อนตัวในต่างโลก แล้วค่อยกลับออกมาในโลกจริงที่ซึ่งเวลาพึ่งผ่านมาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

 

จากนั้นก็ออกจากมณฑลฉางหนิง ออกจากรัฐบาลกลาง

 

ประธานาธิบดียิ้มและเริ่มเผยสีหน้าจริงจัง เขาเอ่ยถาม “มิสเตอร์กู่ฉิงซาน ฉันรู้ดีว่าเรื่องที่จะกล่าวมันไม่เหมาะสม แต่ฉันเป็นประธานาธิบดีของรัฐบาลกลาง ฉันต้องการจะรู้ว่าทำไมเธอถึงได้รับความสนใจมากมายจากเทพธิดากงเจิ้งถึงขนาดนี้ เทพธิดาไม่เคยให้ความสนใจกับพลเมืองที่อายุแค่เพียงราวๆ 17 ปีมาก่อน ฉันต้องการจะยืนยันว่าตัวเธอจะไม่เป็นอันตรายต่อทั่วทั้งรัฐบาลกลาง”

 

“เรื่องนี้มันง่ายมาก” กู่ฉิงซานกล่าว “โปรดเชื่อมต่อกับเทพธิดากงเจิ้ง”

 

“ฉันอยู่นี่แล้ว” เสียงของผู้หญิงที่ฟังดูเคร่งขรึมดังก้องขึ้น

 

ทั้งสามก้มหน้าลง และเห็นว่าอุปกรณ์สื่อสารของกู่ฉิงซานกำลังส่องสว่าง

 

เทพธิดาสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดได้โดยอัตโนมัติ เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ทั้งสามประหลาดใจ

 

กู่ฉิงซานไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว “แสดงผลงานของพวกเราให้ท่านประธานาธิบดีและท่านนายพลดู”

 

“พลเมืองกู่ฉิงซาน โปรดยืนยันการอนุมัติของคุณ”

 

“ฉันอนุมัติ”

 

มันไม่สำคัญว่าพวกเขาจะเห็นมันหรือไม่ เพราะในอีกไม่กี่วันจากนี้ เมื่อหุ่นรบเสร็จสิ้นการทดสอบ มันก็จะถูกส่งถึงมือของซูเซี่ยเอ๋ออยู่ดี

 

เมื่อถึงเวลานั้น เรื่องของหุ่นรบก็จะถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน

 

มันคงจะเป็นการดีกว่าถ้าให้ท่านประธานาธิบดีได้ดูมันเลยในตอนนี้

 

ในประวัติศาสตร์ ประธานาธิบดีคนนี้เป็นคนดีและมีธรรมาภิบาล หากกู่ฉิงซานสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับอีกฝ่ายได้ เขาก็ไม่ใส่ใจที่จะเปิดเผยเทคโนโลยีในการสร้างหุ่นรบขั้นสูง

 

สำหรับเกมที่จะเปิดตัวในอีกหนึ่งปีต่อจากนี้ หากอยู่ในเงื่อนไขที่เหมาะสม เขาก็จะสามารถใช้อำนาจของรัฐบาลกลางเตรียมการล่วงหน้าได้

 

ในกรณีนี้ ผู้คนที่ล้มตายก็จะลดน้อยลง

 

จอม่านแสงฉายปรากฏขึ้นสู่สายตาของทั้งสาม เผยให้เห็นถึงหุ่นรบเพลิงนางฟ้าที่อยู่ลึกเข้าไปในยานรบเฉินเตี้ยนเฮ่า

 

“นี่มันอะไร? หุ่นรบ?”เทพนักสู้ซางจับจ้องไปยังม่านแสงอย่างใกล้ชิด ไม่เต็มใจที่จะละสายตาของเขาออกจากมัน

 

“ดูเหมือนว่า … ลักษณะของมันจะไม่แตกต่างกับหุ่นรบปกติ”

 

ประธานาธิบดีหยิบแว่นเก่าๆขึ้นมาสวม และจับจ้องมันอย่างระมัดระวัง

 

“อนุมัติการสาธิตรูปแบบที่หนึ่ง  อนุมัติการสาธิตระบบอาวุธ” กู่ฉิงซานกล่าว

 

“การอนุมัติได้รับการยอมรับ เริ่มทำการสาธิต”เทพธิดากงเจิ้งกล่าว

 

สิบนาทีต่อมา

 

ประตูห้องทำงานของประธานาธิบดีก็ถูกเปิดออก และผู้คนมากมายเข้าๆออกๆอย่างบ้าคลั่ง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะวุ่นอยู่กับการเตรียมถ่ายทอดสด

 

“ท่านนายพล ขอฉันยืมตัวคนๆนี้หน่อยจะได้ไหม” ผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งตัวจัดจ้านมีสไตล์กล่าว

 

“เชิญเลย ฉันจะออกไปสูดอากาศข้างนอกเสียหน่อย ถึงเวลาเริ่มแล้วอย่าลืมโทรเรียกฉันด้วยล่ะ” ซางซ่งหยางกล่าว

 

กู่ฉิงซานถูกหญิงสาวลากมานั่งลงตรงโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกับแสงไฟที่สาดใส่ตัวเขา

 

หญิงสาวมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “โครงหน้า ปาก หู ตา จมูก ไม่เลว แต่ในบางมุมมันก็ยังดูเคร่งขรึมเกินไป”

 

เธอหยิบตลับแป้งขึ้นมา และเติมเฉดเงาเล็กน้อยลงบนใบหน้าของกู่ฉิงซาน ก่อนจะสั่งให้ผู้ช่วยนำชุดสูทหลายตัวออกมาลองเทียบ และขอให้อีกกลุ่มไปนำกล่องเนคไทสีสันต่างๆมา

 

“เอาสิ พวกเราลองเลือกมาซักสีหนึ่งที่เหมาะกับคุณ มาพยายามทำให้การปรากฏตัวครั้งแรกของคุณน่าประทับใจที่สุดกันเถอะ”ช่างแต่งหน้าสาวกล่าวด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนาน

 

กู่ฉิงซานถอนหายใจอย่างหมดหนทาง เขาจำต้องนั่งนิ่ง ปล่อยให้ช่างแต่งหน้าเป็นคนจัดการทุกอย่าง

 

บนตึกระฟ้านอกทำเนียบประธานาธิบดี

 

เทพนักสู้ซางซ่งหยางกำลังถือซิการ์อยู่ในมือ หลังจากทั้งหมดนี้ดูเหมือนว่าจะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขาสงบลงได้

 

ในฐานะที่เป็นหัวหน้าผู้บัญชาการแห่งรัฐบาลกลาง รวมไปถึงเป็นเทพนักสู้ที่สามารถกระตุ้นหวูเต๋ากุ่ยชั่ง(หวนคืนไร้ลักษณ์)ขึ้นมาได้ ในช่วงชีวิตนี้เขาได้พบเจอกับเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดมามากมาย ทว่าเหตุการณ์นี้ก็ยังทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

 

“เทคโนโลยีเกราะรบขับเคลื่อนระดับนี้ … เจ้าพวกลุ่มคนโง่เง่านั่นทำไมถึงคิดจะฆ่าเขากัน?”ซางซ่งหยางส่ายหัว

 

ทันใดนั้นเขาก็นึกได้ถึงอะไรบางอย่าง และหยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมา จากนั้นก็กดเชื่อมต่อกับหมายเลขหนึ่ง

 

“วันนี้เธออยู่กับที่บ้านใช่ไหม? ดีมาก อย่าลืมเปิดทีวีและรอฟังสิ่งที่ท่านประธานาธิบดีจะกล่าวด้วยล่ะ”

 

“จำเอาไว้ว่าเธอจะต้องเป็นเพื่อนกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆกับท่านประธานาธิบดีให้ได้ ใช่เป็นเพื่อนกับเขา  ส่วนฉันจะหาวิธีพาตัวเขาไปเข้าสถาบันของทางกองทัพเอง”

 

และทันทีที่วางสาย จู่ๆอีกสายหนึ่งก็โทรเข้ามา

 

“อ๋า?จ้าวสมุทร มีเรื่องอะไรงั้นหรอ?”

 

“ฉันก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน”

 

“เฮ้นี่ฉันไม่ได้แกล้งนะ ฉันไม่รู้จริงๆว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”

 

  ……

 

สิบห้านาทีต่อมา ประธานาธิบดีก็ได้กล่าวสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการและถ่ายทอดสดออกไปทั่วทั้งรัฐบาลกลาง

 

เขาย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์ของรัฐบาลกลางอย่างละเอียด  และน้อมเคารพถึงวีรบุรุษรุ่นก่อนๆที่จากไปในสนามรบ จากนั้นก็กระโดดข้ามไปในเรื่องที่เขาได้ทำงานรับใช้ทางกองทัพ และไว้ทุกข์ให้แก่เพื่อนๆที่เสียชีวิตในสนามรบ สุดท้ายเขาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะดูแลและสนับสนุนเด็กกำพร้าที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

 

ณ เวลานั้น กู่ฉิงซานก็ถูกพาตัวไปบนเวที

 

“รัฐบาลกลางจะดูแลและให้การสนับสนุนต่อเหล่าทหารผ่านศึกเป็นอย่างดี รวมไปถึงครอบครัวทหารที่เสียสละชีวิตของพวกเขาด้วย”

 

“เพราะเราทุกคนรู้ดีว่า หากไม่มีทหารที่เต็มใจจะไปเผชิญหน้ากับความตายในแนวชายแดน สันติภาพและความสงบสุขก็จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลกลาง”

 

สมกับเป็นแบบอย่างของประธานาธิบดีที่ดี คำกล่าวเช่นนี้จะฝังลึกเข้าไปในหัวใจของผู้คนและช่วยเพิ่มคะแนนเสียงให้แก่เขา

 

หลังจากได้รับการรับรองจากเทพธิดากงเจิ้งแล้ว และพิสูจน์ได้วากู่ฉิงซานนั้นเป็นเด็กกำพร้า นับจากนี้ไปเขาจะได้รับการปกป้องดูแลภายใต้อ้อมแขนของประธานาธิบดี เรื่องนี้คงไม่มีอะไรผิดพลาด

 

“อีก 20 วันต่อจากนี้จะมีการเฉลิมฉลองการก่อตั้งรัฐบาลกลางที่อยู่ยงคงกระพันมายาวนานกว่า 300 ปีขึ้นอีกครั้ง ฉันในฐานะประธานาธิบดีขอเรียกร้องให้พวกเราทุกคนไว้อาลัยทหารที่เสียชีวิตในสงคราม เพื่อปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนของเราให้สงบสุข ฉะนั้นโปรดมาทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อครอบครัวของพวกเขากันเถิด”

 

เบื้องหน้าของจอม่านแสงภายในบาร์ หลังจากประธานาธิบดีกล่าวสุนทรพจน์จบ การถ่ายทอดสดก็หยุดลง

 

“ให้ตายสิ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขายังอยู่ที่นี่ในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมอยู่เลย พอมาตอนนี้จู่ๆก็ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีเสียอย่างนั้น” วอนฟอร์ดเอ่ยพึมพำ

 

แอนนากล่าว “เห็นได้ชัดว่าทางรัฐบาลกลางได้พบตัวเขาแล้ว ถ้าฉันเดาไม่ผิดนี่คงเป็นมาตรการป้องกันของเทพธิดากงเจิ้ง”

 

“ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น?”

 

“ก็เพราะครอบครัวของกู่ฉิงซานเป็นเพียงแค่คนธรรม ธรรมดาสุดๆ และพวกเขาไม่เคยไปสนามรบมาก่อนเลย”

 

แอนนาเคาะไฟล์รายละเอียดส่วนบุคคลของกู่ฉิงซาน และพบว่าข้อมูลของเขาแปรเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

 

พ่อแม่ของกู่ฉิงซานตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ตอนนี้กลับถูกเปลี่ยนเป็นตายในสนามรบ

 

“ตัวตนเดียวที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงไฟล์ส่วนบุคคลของพลเมืองได้มีเพียงเทพธิดากงเจิ้งเท่านั้น” แอนนากล่าว

 

“คุณกำลังจะบอกว่าเขากลายเป็นลูกรักของเทพธิดากงเจิ้งอย่างงั้นหรอ?” วอนฟอร์ดเอียงคอสงสัย ตัวเขายังคงสับสน

 

แอนนนาตบโต๊ะอย่างแรงก่อนจะลุกขึ้นและเตรียมเดินออกไป

 

“ฝ่าบาท ท่านจะไปไหน?” วอนฟอร์ดกล่าว

 

“กู่ฉิงซานเป็นของฉัน ฉันพบเขาก่อนเป็นคนแรก แต่ตอนนี้พวกมันกล้าที่จะขโมยเขาไปจากฉัน!”

 

กล่าวจบแอนนาก็สับฝีเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว