หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.23 – คืนสู่เหย้า

 

กู่ฉิงซานก้มศีรษะลงแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

 

มาดามซูจ้องมองเขาอย่างสงบและกล่าว “คบหากับซูเซี่ยเอ๋อในฐานะเพื่อน ทางเราไม่เคยคัดค้าน แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอกำลังพยายามที่จะสารภาพรักต่อหน้าสาธารณะ นักเรียนยากจนคิดจะปีนป่ายขึ้นมาคว้าเซี่ยเอ๋อ ฉันต้องคัดค้านอย่างแน่นอน”

 

กู่ฉิงซานเงยหน้าขึ้นและกล่าว “แต่นั่นเป็นอุบายของจางเย่อ”

 

มาดามซูขัดเขา “เรื่องของจางเย่อปล่อยให้ตระกูลไป่เป็นคนจัดการ แต่เรื่องนี้ล่ะ? เรื่องที่เธอวุ่นอยู่กับซูเซี่ยเอ๋อทุกวัน เธอคิดว่าทางตระกูลไป่ตาบอดหรือไร?”

 

มาดามซูเน้นเสียง “ฉันเคยต้องการให้เซี่ยเอ๋อรู้จักพบปะพูดคุยกับคนทุกประเภท ทุกระดับชั้น เพื่อที่จะได้สามารถมองโลกในมุมมองต่างๆได้ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าฉันจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้อีกต่อไป”

 

กู่ฉิงซาน “ถ้าผมได้คบกับซูเซี่ยเอ๋อ ผมจะไม่มีวันทำร้ายเธอ”

 

มาดามซูรู้สึกเหมือนได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิต ก่อนจะหันมามองกู่ฉิงซานตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นครั้งแรก 

 

วิธีที่เธอใช้มองผู้คนทำให้กู่ฉิงซานรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก แต่ในที่สุด เขาก็เลือกที่จะต่อต้าน และจ้องสวนกลับไป

 

มาดามซู “สัปดาห์หน้าจะเป็นวันเกิดของลูกสาวฉัน ไป่หงหยูจะพาเธอไปเที่ยวที่เกาะส่วนตัวในวันหยุด ซึ่งมีมูลค่าถึง 80ล้าน แล้วเธอล่ะจะมอบของขวัญอะไรให้ลูกสาวฉัน? โมเดลหุ่นรบน่าสมเพชนั่นน่ะหรือ?”

 

“คุณแอบอ่านข้อความอุปกรณ์สื่อสารของพวกเราอย่างนั้นหรือ” เป็นครั้งแรกที่กู่ฉิงซานขมวดคิ้ว แต่เขาก็ยังคงอธิบาย “นั่นไม่ได้เป็นเพียงแค่โมเดลหุ่นรบ–”

 

“หยุด ไม่ว่าเธอจะใช้เทคนิคอะไรในการสร้างมัน แต่อะไรก็ตามที่เป็นของจากเธอมันไม่สำคัญทั้งนั้น” มาดามซูขัดเขาด้วยสีหน้าเย็นชา

 

หล่อนลุกขึ้นและมองมายังชายหนุ่ม

 

“ฉันลืมบอกเธอไป ลูกสาวของฉันได้ปลุกธาตุจำเพาะทั้งห้าให้ตื่นขึ้นมาแล้ว ไม่นานเธอก็จะปลุกพลังวิญญาณแห่งลมขึ้นมาได้”

 

กู่ฉิงซานเงยหน้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน และมันเป็นใบหน้าที่เผยให้เห็นถึงความสุข

 

เหล็ก ไม้ น้ำ ไฟ และดิน นี่คือ ‘ธาตุทั้งห้า’ ทว่า ลม สายฟ้า แสง ความมืด และเสียง นี่คือ ‘ธาตุจำเพาะทั้งห้า’

 

พลังวิญญาณแห่งลมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก และเป็นความสามารถของเฉาฟ่าน(ผ่าเหล่า)ที่หลายคนได้แต่ใฝ่ฝันถึง

 

ในยุคของเขาซูเซี่ยเอ๋อสามารถปลุกพลังวิญญาณลมขึ้นมาได้ก็จริง แต่นั่นมันก็อีกสองปีหลังจากนี้

 

แต่เวลานี้ เธอกลับสามารถปลุกมันขึ้นมาได้ก่อน นี่นับว่าเป็นสิ่งที่ดี

 

เนื่องจากธาตุจำเพาะทั้งห้านี้จะมีพลังเหนือยิ่งกว่าพวกมืออาชีพ ในโลกก่อนหน้าของกู่ฉิงซาน ช่วงท้ายเกมคนกลุ่มนี้นับว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงลิ่ว

 

มาดามซู “เธอยิ้มอะไร? ฉันขอเตือนเธอไว้เลยนะว่าอย่าเข้าใกล้ลูกสาวฉันอีก อย่าแม้แต่จะคิดติดต่อ เธอมันก็แค่คนธรรมดาต้องรู้ได้แล้วว่าเมื่อไหร่ควรจะหยุด”

 

“นี่คือคำแนะนำของฉันในฐานะนายหญิงแห่งตระกูลซู และยังเป็นคำเตือนอีกด้วย”

 

เธอไม่เหลือบกลับมามองกู่ฉิงซานอีก เพียงสะบัดเสื้อ ผินตัวกลับหลัง และเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

 

หลังจากเรื่องเล็กๆน้อยๆนี่จบลง เธอจะต้องรีบเข้าไปในงานเลี้ยง หลังจากทั้งหมดนี้ นี่คืองานเลี้ยงของตระกูลซู และกำลังรอเธอซึ่งเป็นเจ้าภาพไปเปิดงาน

 

“มาดามซู โปรดรอสักครู่”

 

เสียงของเด็กยากจนดังมาจากเบื้องหลัง

 

มาดามซูหันกลับและจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเย็นชา

 

กู่ฉิงซานยืนขึ้น สบสายตาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายและกล่าวด้วยความจริงใจ “มีบางเรื่องที่ผมต้องบอกคุณ”

 

“พูดมา”

 

กู่ฉิงซาน “ผมยังไม่ได้พัวพันกับซูเซี่ยเอ๋อ และไม่เคยคิดที่จะปีนป้ายเข้าสู่ตระกูลซู พวกเราเพียงคบหากันอย่างเท่าเทียมเพียงเท่านั้น”

 

มาดามซูรู้สึกว่าอีกไม่นานเธอจะไม่อาจระงับความโกรธเอาไว้ได้ไหว เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างฉับพลัน “‘อย่างเท่าเทียม?’ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคำๆนี้จะมีอยู่ในพจนานุกรมของเธอ”

 

น้ำเสียงของหล่อนเปลี่ยนเป็นเย็นชา “เธอไปเสีย ที่นี่ไม่ยินดีต้อบรับเธออีกต่อไป”

 

กู่ฉิงซานตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากศาลาอย่างเงียบๆ

 

หลังจากนั้นไม่นาน มาดามซูก็ปรบมือของเธอเบาๆ

 

“ไปซะ” ในสายตาของเธอนำมาซึ่งความเย็นชา “ไปบอกตระกูลและตระกูลเนี่ย กู่ฉิงซานกำลังจะออกจากเกาะกลางทะเลสาบ”

 

“รับทราบ”

 

“นอกจากนี้พวกเราจะไม่สนใจสิ่งที่พวกเขาทำ แต่มันจะไม่สามารถเกิดขึ้นในบริเวณรอบๆทะเลสาบของเกาะได้”

 

“ตามที่ท่านปรารถนา”

 

หลังจากออกคำสั่งแล้ว ในที่สุดมาดามซูก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย

 

เธอเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า และเอ่ยพึมพำออกมา “ฉันจะไม่มีทางยอมแพ้ มันยังไม่สายเกินไป … ”

 

ไม่นานท้องฟ้าก็ถูกปกคลุมด้วยความมืด

 

กู่ฉิงซานกลับไปยังสลัมด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ก่อนจะพบว่าห้องของเขาได้ถูกผนึกไว้แล้วโดยตำรวจ

 

แม้ว่าตระกูลเนี่ยจะปกปิดเรื่องของหงสู่ แต่ห้องเดี่ยวในตึกสูง22ชั้นกลับปรากฏเพียงความว่างเปล่าไร้ซึ่งผนัง มันคงจะสะดุดตามากเกินไป

 

กู่ฉิงซานยืนอยู่ตรงนั้นอยู่สักพัก

 

ที่หลบภัยอย่างแผนกวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของบริษัทหุ่นรบกังเตี๋ยก็อยู่ไม่ได้แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีที่ไป

 

ในตอนนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง มันคือกุญแจที่นักฆ่าหวังหมิงมอบให้ กู่ฉิงซานจึงหันหลังกลับ และเดินมุ่งไปยังพื้นที่ใกล้เคียง

 

เมื่อเดินมาถึงตรอกเล็กๆที่อยู่ห่างออกมา จู่ๆกู่ฉิงซานก็ก้มลงมองเงาของตนอย่างฉับพลัน

 

เงาของเขาผละแยกออกจากเท้า และวิ่งตรงออกจากตรอกไป

 

“เทคนิคเทียนซวน … ”

 

เมื่อได้เห็นสกิลแปลกๆเช่นนี้ กู่ฉิงซานก็สามารถรับรู้ได้ทันที

 

มันเป็นวิธีการทักทายที่สุภาพมาก แม้กระทั่งความสามารถเงาที่เผยออกมาก็ยังไม่ส่อให้เห็นถึงเจตนาร้าย

 

อย่างไรก็ตาม มันคงจะดีกว่าถ้าตามไปดู

 

กู่ฉิงซานเดินตามเงาออกจากตรอก ก่อนจะเดินเข้าไปในบาร์ที่ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง

 

ทันทีที่กู่ฉิงซานเดินเข้าประตูบาร์ มันก็ถูกปิดลงทันที พร้อมกับป้ายที่แขวนตรงประตูถูกเปลี่ยนเป็น ‘ปิดชั่วคราว’

 

ทำนองเพลงที่อ่อนโยน และนุ่มลึก กลิ่นหอมจางๆของยาสูบ แสงไฟสลัวๆ

 

ที่ด้านข้างของบาร์ปรากฏคนสองคนกำลังนั่งอยู่

 

คนหนึ่งเป็นชายล่ำบึก ไว้ผมยาวสวมแว่นกันแดดสีดำ

 

ส่วนอีกคนเป็นเป็นผู้หญิงหุ่นเพรียวบางหน้าตางดงาม สวมผ้าคลุมไหล่สีแดง

 

ทั้งสองมองไปยังกู่ฉิงซานด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรบนใบหน้า

 

“เอ๋? ที่แท้ก็คุณนี่เอง” กู่ฉิงซานมองไปยังคนแปลกหน้าด้วยความประหลาดใจ

 

เนื่องเพราะมันเป็นเรื่องไม่ทันตั้งตัว กู่ฉิงซานจึงพูดออกไปโดยไม่ทันคิด ทั้งสองที่นั่งอยู่อีกฝั่งหันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจและงุนงงเล็กน้อย

 

“อ๋อ มันไม่สำคัญหรอก ฉันแค่รู้สึกเหมือนกับว่าเคยได้พบกันคุณมาก่อนที่ไหนสักแห่ง”

 

กู่ฉิงซานกล่าวกลบเกลื่อน

 

ได้ยินเขาเอ่ยเช่นนั้น ทั้งสองก็ทำท่าทีว่าเข้าใจ

 

หญิงผมยาวสีเพลิงยืนขึ้น และยื่นมือออกไป พร้อมกล่าวอย่างจริงใจ “สวัสดี ฉันคือองค์หญิงแอนนาแห่งจักรวรรดิโอลันก้า ขอเดาว่าคุณคงเคยเห็นฉันในข่าว”

 

ตรงเข้าหาเป้าหมายราวกับคมมีด คิดอะไรก็มักจะเอ่ยมันออกมาโดยตรง แม้กระทั่งวิธีการพูดก็ยังเป็นสไตล์ที่คุ้นเคย

 

มุมปากของกู่ฉิงซานกลับกลายเป็นเหยเก เขายื่นมือออกไปจับกับอีกฝ่าย และเขย่าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชักกลับมาอย่างไว

 

“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อกู่ฉิงซาน”

 

ในความทรงจำของช่วงชีวิตก่อนหน้า เธอคนนี้มีนิสัยรักความสะอาด และเกลียดการที่ผู้อื่นสัมผัสกับผิวของเธอ

 

แน่นอนว่าทางฝั่งแอนนาก็ขมวดคิ้วอย่างไม่คาดคิด และรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ดูจริงใจมากขึ้น “นักเรียนกู่ เชิญนั่ง”

 

กู่ฉิงซานนั่งลงตรงข้ามกับทั้งสอง

 

สายตาของเขาเหลือบมองเธออีกครั้ง

 

ไม่คาดคิดเลยจริงๆ หลังจากหลายปีมานี้ เขาจะสามารถพบเธอได้อีกครั้ง .. ในสภาพของเด็กสาว

 

กู่ฉิงซานเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในจิตใจของเขา

 

แอนนา เมดิซี องค์หญิงคนโตแห่งจักรวรรดิโอลันก้า กุหลาบหนามแห่งคริสจักรศักดิ์สิทธิ รวมไปถึงเจ้าของฉายาเทพธิดาเปลวเพลิงแห่งความตาย และเป็นเฉาฟ่าน(ผ่าเหล่า)ผู้ใช้ธาตุไฟจากธาตุทั้งห้า แต่ฉายาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเธอก็คือ

 

ราชินีแห่งการทำลายล้าง

 

เธอเป็นคนที่ดื้อรั้นต่อโชคชะตาอันน่าเศร้า ต่อสู้อยู่ท่ามกลางความสิ้นหวัง และจากไปด้วยจิตวิญญาณอันงดงาม

 

ในชีวิตก่อนหน้า ช่วงที่กู่ฉิงซานได้เข้าไปในต่างโลก เธอก็ได้กลายเป็นหนึ่งในตัวตนระดับตำนานของทั้งสองโลกแล้ว

 

และในระหว่างนั้น เธอได้ช่วยชีวิตของกู่ฉิงซานเอาไว้อย่างไม่ตั้งใจ

 

แม้สำหรับเธอมันจะเป็นเพียงแค่การกระทำแบบไม่ตั้งใจ แต่กู่ฉิงซานก็รู้สึกประทับใจเสมอมา

 

จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อน ในที่สุดกู่ฉิงซานก็เติบโตจนมาอยู่ในระดับเดียวกัน และได้ออกตามหาตัวเธอเพราะต้องการที่จะตอบแทนน้ำใจในคราวนั้น “ฉันไม่เคยเป็นหนี้บุญคุณใคร และฉันต้องการที่จะตอบแทนน้ำใจของคุณ โปรดบอกมาว่าคุณต้องการให้ฉันทำอะไร”

 

ทว่าแอนนากลับเพียงแค่หัวเราะและกล่าว “งั้นก็ดี นายอยากตอบแทนฉันนักใช่ไหม งั้นเอาเป็นไวน์ดีๆสักแก้วก็แล้วกัน”

 

นั่นจึงเป็นที่มาของการที่เขาออกตามหาสูตรลับของไวน์ และมันหายากจริงๆ นอกจากนี้มันยังช่วยให้เขาได้พัฒนาทักษะการผสมค็อกเทลมาด้วยในตัว จากนั้นจึงเริ่มออกตามหาตัวเธออีกครั้ง

 

ทว่ากลับสายเกินไป กลิ่นหอมได้จางหาย แผ่นหยกได้แตกสลายลง … ในตอนนั้นตัวเธอกลับชิงตายจากไปก่อนเสียแล้ว