หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.17 –  ระบำผันผวน

 

กู่ฉิงซานเปิดตาของเขา ก่อนจะดึงลูกศรสองดอกวางลงบนคันธนูอย่างช้าๆ สองนิ้วแนบชิด และปล่อยมันออกไปเบาๆ

 

สองศรบินออกไปก่อนจะวาดออกเป็นเส้นโค้งพุ่งเสียบทะลุใบไม้ที่กำลังร่วงลงมา และหยุดลงบนกิ่งไม้

 

วาดออกเป็นแนวโค้งได้อย่างสมบูรณ์แบบ!

 

หัวใจของกู่ฉิงซานครึกโครม มันเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ

 

ด้วยสิ่งนี้ จะทำให้เขาสามารถทำการโจมตีที่ไม่อาจคาดเดาได้

 

“แล้วถ้าฉันใส่พลังวิญญาญลงไปล่ะ … ”

 

กู่ฉิงซานพึมพำ ก่อนจะเอ่ยสั้นๆ “คู่นางแอ่นเหิน”

 

ศรสองดอกบินออกไปเป็นสองทิศทาง โค้งอ้อมไปตามแนวต้นไม้ใหญ่ และสุดท้ายก็เสียบทะลุกระต่ายน้อยที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ห่างออกไปกว่าร้อยเมตร

 

ประสบการณ์ในการยิงครั้งแรกของกู่ฉิงซานช่างน่าประทับใจ วิธีการยิงธนูประเภทนี้ดึงดูดใจเขาได้อย่างลึกซึ้ง

 

เนื่องเพราะ … การยิงเมื่อครู่เป็นการยิงของนักธนูระดับนายพล!

 

กู่ฉิงซานถอยหลังไปสองสามก้าว ก่อนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และยกคันธนูขึ้น

 

ยิงต่อเนื่อง!

 

คู่นางแอ่นเหิน!

 

สายธนูยาวถูกดึงและผละออกไปอย่างต่อเนื่อง ลูกศรพุ่งออกไปตามทิศทางที่ยิงแต่กลับเบี่ยงออกไปจากเป้าหมาย

 

คิ้วของกู่ฉิงซานขมวดเข้าหากัน และจมลงสู่สมาธิ

 

“คู่นางแอ่นเหิน” นั้นเป็นสกิลที่ดี แต่ทำไมมันถึงไม่สามารถเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่องได้? แบบนี้ประสิทธิภาพของมันก็ไม่อาจเผยออกมาได้อย่างเต็มที่

 

ไม่ ฉันรู้สึกได้ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น

 

กู่ฉิงซานลองอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่ดี

 

คู่นางแอ่นเหินเป็นสกิลอันยอดเยี่มของนักธนู แต่เมื่อถูกคอมโบด้วยสกิลยิงต่อเนื่องมันกลับไม่อาจรับประกันอัตราการถูกเป้าหมายได้

 

นี่มันไม่ใช่ ต้องไม่ใช่แบบนี้

 

กู่ฉิงซานทำตัวราวกับคนคลุ้มคลั่งที่ไม่ยอมหยุด เขาพยายามอย่างต่อเนื่องจนไม่รู้ตัวเลยว่าตนได้เผลอใช้สกิล ‘ทรงตัวขั้นสูง’ ผสมลงไปด้วย

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

 

ศรสองดอกก็เปลี่ยนเป็นเงาสีเทาวูบไหว มันบินเลื้อยออกไปคล้ายงูที่มีชีวิต โค้งบิดไปมาบนอากาศ ก่อนที่ทั้งสองดอกจะเสียบลงบนใบไม้ใบเดียวกัน

 

วงโค้งของลูกศรไม่สามารถคาดเดาได้อย่างสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับสกิลยิงต่อเนื่อง หากมีใครต้องเผชิญหน้ากับลูกศรของกู่ฉิงซาน อีกฝ่ายคงทำได้เพียงจ้องมองอย่างโง่งม และไม่รู้ว่าจะหลบเลี่ยงมันได้อย่างไร

 

กู่ฉิงซานพยักหน้าเล็กน้อย และวางธนูกองทัพลง

 

แน่นอนว่าจริงๆแล้วสิ่งที่เขาทำไม่ว่าใครก็สามารถทำมันได้เช่นกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะจมอยู่กับการฝึกฝนสกิล ไตร่ตรองมันอยู่ในห้วงความคิดทุกขณะจิตที่ฝึกฝนได้หรือไม่

 

ติ๊ง!

 

เสียงของระบบดังขึ้นอย่างฉับพลัน ส่งผลให้กู่ฉิงซานสะดุ้งแทบจะกระโดด

 

ในหน้าต่างระบบเทพสงคราม มิได้มีเพียงแค่ ‘วิชายุทธเทพสงคราม’ อีกต่อไป แต่ปรากฏรัศมีวงกลมที่ดูเหมือนจะเป็นข้อความโผล่มาด้วย

 

“ผู้เล่นกู่ฉิงซานได้ผสมผสานสกิลธนูสามชนิดเข้าด้วยกัน ได้สร้างสกิลธนูขึ้นมาใหม่ : ‘ระบำผันผวน’ ”

 

“ระบำผันผวน(ขั้นต้น) แสดงผล : สามารถยิงลูกศรออกไปอย่างต่อเนื่องได้ในระยะเวลาสั้นๆ และทุกๆศรจะเป็นการโจมตีด้วยลูกศรโค้งที่ศัตรูไม่อาจคาดเดาทิศทางได้”

 

ให้มันได้แบบนี้สิ!

 

กู่ฉิงซานอ้าปากค้าง สายตาจับจ้องไปที่คำว่า ‘(ขั้นต้น)’ สองคำสั้นๆทำเอาเขาพูดถึงกับไม่ออกเป็นเวลานาน

 

เมื่อมีเขียนว่าขั้นต้น นั่นแสดงว่ายังมีขั้นที่สูงยิ่งกว่าอีก!

 

ไม่คาดคิดเลยว่า เขาจะได้รับ ‘สกิลวิวัฒ’! (สกิลวิวัฒนาการ)

 

กู่ฉิงซานอดไม่ได้ที่จะประหลาด ทันใดนั้นเอง จู่ๆในสายตาของเขาก็ปรากฏเส้นแสงเล็กๆราวหิ่งห้อยขึ้นบนหน้าต่างระบบเทพสงคราม

 

“สกิลวิวัฒเป็นสิ่งที่พบเจอได้ยากยิ่ง ขอให้ผู้เล่นฝึกฝนสกิลดังกล่าวให้มากขึ้นและพัฒนาสกิลให้ไปอยู่ในระดับที่สูงยิ่งขึ้นโดยเร็วที่สุด”

 

ถูกต้อง! สกิลทั่วไปนั้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณของขนาดพลังวิญญาณ เพราะหากพลังวิญญาณแตกต่างกัน พลังอำนาจของมันก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง

 

ทว่าสกิลวิวัฒนี้เป็นสิ่งที่ต่างออกไป

 

นี่เป็นสกิลพิเศษที่สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง และในขณะเดียวกันผู้เล่นก็สามารถเรียนรู้สกิลได้อย่างลึกซึ้ง หากค่อยๆพัฒนาพลังของมันจนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งวันหนึ่งพลังอำนาจของมันอาจถึงขั้นเชื่อมต่อพื้นดินกับชั้นฟ้า!

 

นี่เป็นสกิลหายากที่เหมาะสมกับคำว่า ในโลกของผู้ฝึกยุทธ ‘บางสิ่งไม่อาจได้มาด้วยโชค แต่ต้องออกไปค้นหา’

 

ในช่วงท้ายของเกม เมื่อสกิลวิวัฒถูกยกระดับไปจนถึงขั้นสูงสุด มันจะถูกเรียกว่า ‘สกิลเทวะ’

 

ผู้ที่ครอบครองสกิลวิวัฒ จะถูกทุกผู้คนรุมอิจฉาริษยา

 

กู่ฉิงซานสูดหายใจลึก ก่อนจะกำธนูกองทัพแน่นและยกมันขึ้นอย่างเคร่งขรึม

 

ระบำผันผวน!

 

ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ เสียงดังขึ้นห้าครั้งติดๆกัน พร้อมกับปรากฏเงาวูบไหวห้าเงาบินออกไปคนละทิศทางดูราวกับมังกรและอสรพิษที่กำลังร่ายรำ!

 

ลูกศรเหล่านี้ดูราวกับมีชิวตเป็นของตัวเอง มันเคลื่อนที่บินไปตามทิศทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในอากาศ หลบเลี่ยงอุปสรรคทั้งหลายที่ขวางกั้น ก่อนที่ทั้งหมดจะจิ้มทะลวงลงบนกิ่งไม้ที่ห่างออกไปกว่าสองร้อยเมตร

 

กู่ฉิงซานตะลึงงันไปโดยสมบูรณ์ กับการเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตเป็นของตนเองของลูกศรทั้งห้า

 

ครู่หนึ่งเขาก็จำได้ถึงบางสิ่งและเอ่ยถามออกมาอย่างฉับพลัน “ระบบ ฉันสามารถผสมสกิลสามัญอื่นๆ และสร้างเป็นสกิลวิวัฒได้หรือไม่?”

 

หน้าต่างระบบเทพสงครามหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เส้นแสงหิ่งห้อยจะปรากฏออกมาพร้อมข้อความเล็กๆ :

 

“การเรียนรู้สกิลของผู้อื่นเป็นเพียงพื้นฐานที่จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถสร้างสกิลวิวัฒได้ แท้จริงแล้วนี่คือเป้าประสงค์ของระบบเทพสงคราม”

 

กู่ฉิงซานถอนหายใจและพึมพำ “ที่แท้ฉันเข้าใจผิดมาตั้งแต่ต้น ปรากฏว่าความสามารถในการสร้างสกิลวิวัฒต่างหากคือพลังที่แท้จริงของ ‘วิชายุทธเทพสงคราม’”

 

เขามองไปยังหลุมดำแถวหนึ่งที่อยู่ล่างหน้าต่างระบบเทพสงคราม และมีเพียง ‘วิชายุทธเทพสงคราม’ เท่านั้นที่เปล่งประกายอยู่

 

แต่นี่สิ คือสิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงอย่างแท้จริง

 

หากวันหนึ่ง ตัวเขาสามารถเปลี่ยนสกิลทั้งหมดให้เป็นสกิลวิวัฒแล้วล่ะก็ …

 

นี่มันวิเศษไปเลย

 

กู่ฉิงซานเก็บธนูกองทัพ ความมั่นใจและฮึกเหิมของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

 

ด้วยสกิลวิวัฒและพลังวิญญาณที่เขาครอบครอง สองสิ่งนี้เป็นอะไรที่วิเศษมาก

 

ใช้พลังวิญญาณในการอัพเลเวลและเรียนรู้สกิล  ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงยิ่งกว่าการใช้ค่าประสบการณ์

 

อย่างน้อยก็สำหรับตอนนี้ ดูเหมือนว่ากระบวนการของเทคนิคปราณปรับแต่งทางทหารจะจำเป็นต้องการพลังวิญญาณในการอัพเลเวล ซึ่งมันใช้แค่เพียงไม่กี่แต้มเท่านั้น

 

กู่ฉิงซานสามารถใช้พลังวิญญาณในการอัพเลเวล ได้อย่างเต็มที่ ไม่เหมือนดั่งเช่นผู้เล่นคนอื่นๆในโลกก่อนหน้า  โชคดีจริงๆที่เขาไม่จำเป็นต้องทำงานอย่างหนักเพื่อสะสมค่าประสบการณ์

 

ในช่วงท้ายของเกม ค่าประสบการณ์จำเป็นอย่างยิ่งในการอัพเลเวล แม้จำนวนที่ใช้อัพเลเวลจะไม่ใช่ปริมาณที่น่ากลัว แต่ทว่ามันเป็นตัวจำกัดความแข็งแกร่งของผู้เล่น

 

นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างระบบเทพสงคราม ที่สามารถสร้างสกิลวิวัฒขึ้นได้ด้วยตนเองอีก

 

กู่ฉิงซานรู้สึกว่าตัวเขาได้มาไกลกว่าในช่วงชีวิตก่อนหน้าเสียแล้ว

 

ได้กลับมายังโลกใบนี้โดยไม่คาดคิด ในหัวใจของกู่ฉิงซานเต็มไปด้วยความร้อนรนและกดดันอย่างหนัก

 

นี่คือยุคสมัยที่สาปสูญ เป็นยุคที่ยังไม่มีผู้เล่นคนใดอยู่ในประวัติศาสตร์ของเกม

 

ตั้งแต่จุติใหม่ ทุกสิ่งในตอนนี้กับชีวิตก่อนหน้าล้วนแตกต่างกัน และหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยพบ เคยเห็น หรือเคยได้ยินมาก่อนก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ

 

แม้กระทั่งรามสูรไร้พักตร์ที่เป็นมอนสเตอร์อันคงกระพัน ปฐมบทของความโกลาหลก็ยังปรากฏตัวขึ้นใกล้ๆ

 

กู่ฉิงซานรู้สึกได้รางๆว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาหาตนทีละก้าว ทีละก้าว

 

สัญชาตญาณนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมันก็ช่วยชีวิตเขาเอาไว้หลายครั้งในโลกก่อนหน้า

 

สำหรับแผนของวันนี้ มีเพียงเพิ่มพูนความแข็งแกร่งขึ้น เพื่อในอนาคตอันใกล้ ช่วงเวลาที่ความตายมาเยือน เขาจะได้พบทางรอดของชีวิต

 

กู่ฉิงซานถอนหายใจและกวาดสายตาผ่านหน้าต่างระบบเทพสงคราม ก่อนจะหยุดลงที่หน้าต่างสกิลของเขา

 

จนถึงขณะนี้ บนหน้าต่างสกิลมีอยู่เพียงสามสกิลเท่านั้น ‘ทรงตัวขั้นสูง’ ‘ยิงต่อเนื่อง’ และ ‘ระบำผันผวน(ขั้นต้น)’ 

 

คู่นางแอ่นเหินได้หายไป และถูกแทนที่โดยระบำผันผวนไปโดยสมบูรณ์

 

ซึ่งนี่มันแตกต่างไปจากสามสกิลในตอนแรก ‘ระบำผันผวน’ ต้องใช้พลังวิญญาณมากขึ้นในการควบคุมวิถีของลูกศร และนี่ยังอยู่ในระดับ ‘ขั้นต้น’เท่านั้น

 

ความจริงแล้วมันก็ไม่อะไรมากมายหรอก เข้าใจง่ายๆว่า สกิลทรงพลังแค่ไหน มันก็จะต้องการพลังวิญญาณมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

 

จากนี้ไป กู่ฉิงซานคงต้องใช้เวลามากขึ้นในการฝึกสกิลนี้ และพยายามที่จะอัพขั้นของ ‘ระบำผันผวน’ ให้สูงขึ้น

 

กู่ฉิงซานรีบเก็บของอย่างไว และเตรียมที่จะออกไปจากที่นี่

 

ไม่ไกลห่าง ปรากฏมารอสูรที่ได้กลิ่นอายเลือดของมอนสเตอร์งู ส่งเสียงกรีดร้องและเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

อ๊อก!

 

โดยที่ไม่มีการเตือนใดๆ จู่ๆกู่ฉิงซานก็กระอักเลือดสีดำออกมาอย่างฉับพลัน

 

เขาเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ และอดไม่ได้ที่จะกระแอมเลือดสีดำออกมาอีกสองครั้ง

 

กู่ฉิงซานปาดเลือดที่มุมปาก ก่อนจะเอามาอังใต้จมูก และสัมผัสได้ถึงกลิ่นของมัน

 

มันเป็นกลิ่นเหม็นจางๆ

 

ไม่ต้องสงสัยเลย

 

นี่มันคือพิษ!

 

มันไม่มีเหตุผลเลย ร่างกายของเขาถูกพิษได้อย่างไร? แถมมันยังถูกขับออกมาเองอีกด้วย?

 

กู่ฉิงซานไม่กล้าที่จะประมาท เขาหมุนวนพลังวิญญาณที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกส่วนของกระดูกและตรวจสอบมันอย่างระมัดระวัง

 

ไม่มีความผิดปกติใดๆในร่างกาย ภายใต้การบำรุงจากถุงน้ำดีของมอนสเตอร์งู ตัวเขาเรียกได้ว่าแทบจะเกิดใหม่ด้วยซ้ำ

 

แม้แต่พลังวิญญาณในตันเถียนก็ยังสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างยืดหยุ่น สะดวกสบายยิ่งกว่าที่เคย

 

นี่คือประสิทธิภาพของถุงน้ำดีงูอันแสนหายาก

 

มันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ

 

ดูเหมือนว่าการกระอักเลือดเมื่อครู่ มันคือกระบวนการของร่างกายที่ทำการขับพิษ เนื่องเพราะยังคงมีพิษงูหลงเหลืออยู่ในร่างกาย(ช่วงเกิดการต่อสู้)

 

กู่ฉิงซานไม่รู้จะเอ่ยอะไรเลยจริงๆในตอนนี้

 

เจ้ามอนสเตอร์งูนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ มันสามารถวางยาพิษใส่เขาได้โดยไม่ทันรู้ตัว

 

หากยังคงต่อสู้ต่อไป คงไม่จำเป็นต้องกล่าวแล้วว่าใครคือผู้ที่จะต้องตาย

 

โชคดีที่เขาไม่คิดต่อสู้ยืดเยื้อ และล่าสังหารอีกฝ่ายลงได้อย่างรวดเร็ว

 

หากไม่ได้ฆ่าอีกฝ่ายลง และกินถุงน้ำดีงูอันแสนหายากแล้วล่ะก็ พิษคงจะกำเริบ แถมยังไม่มียารักษาพิษอีก ไม่อยากจะคิดเลยว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น …