(ขอเปลี่ยนจากเจ้าหน้าที่ เป็น นายตำรวจนะครับ)

นายตำรวจหม่าถอดเสื้อกาวของหมอเจียงออกแล้วม้วนมือเขาเพื่อซ่อนกุญแจมือ แล้วเตือนว่า

“ผมให้คุณได้แค่ 5 นาที”

“ขอบคุณ คุณตำรวจ”

เจียงชูพยายามที่จะไม่ร้องไห้ออกมา

นายตำรวจหม่าเรียกตำรวจอีกสองคนมาคอยคุมตัวเขียงชู และสั่งว่า

“ฝากจัดการเรื่องเขาด้วย เสร็จแล้วก็คุมตัวไปที่สถานี”

“ครับท่าน!”

นายตำรวจหม่าพยักหน้า แล้วเฝ้าดูพวกเขาพาตัวเจียงชูออกไป พร้อมกับบ่นอะไรบางอย่างและเดินออกไปอีกทางหนึ่ง

เดินไปได้ไม่ไกลโทรศัพท์ก็ดังขึ้น นายหม่าได้ดูเบอร์โทรเข้าและพบว่ามันเป็นของลูกน้องที่เขาส่งไปจับคนร้าย เขาคิดว่าที่โทรมานี่ต้องเป็นโทรมารายงานว่าจับคนร้ายได้แล้วแน่ๆถึงกดรับแล้วพูดว่า

“ดีมากเจ้าเด็กเหลือขอ ทำเวลาได้ดี พาตัวเจ้าบ้านั่นมานี่เดี๋ยวนี้!”

ปลายสายก็ตอบกลับมาว่า

“ผู้ต้องหาได้วิ่งไปทางซอยด้านหลังโรงพยาบาล ตอนที่เรากำลังจะจับตัวเขา เราก็พบว่าเขากำลังนอนกุมหัวอยู่บนพื้น ดูเหมือนว่าเขาโดนกระถางดอกไม้ตกลงใส่จากข้างบน! ”

นายตำรวจหม่ารู้สึกงงงวย

ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาที่เขาจับได้ก็กัดลิ้นฆ่าตัวตาย มาคราวนี้ผู้ต้องหาอีกคนก็ดันโดนกระถางตกใส่หัว … หรือว่าทั้งหมดนี่เป็นคำเตือนจากสวรรค์?

เมื่อออกจากลิฟท์เจียงชูก็เดินนำไปห้องลูกชาย ห้องลูกชายของเขาอยู่ตรงหัวมุมห้องที่สอง แน่นอนว่าทุกฝีก้าวของเจียงชูถูกตำรวจทั้งสองนายคอยประกบข้างเอาไว้

คนที่พวกเขาเดินผ่านก็มองด้วยสายตาแปลกๆ เสื้อกาวพันมือไว้? และคนสองคนคอยประกบ เห็นแบบนี้แล้วใครไม่สงสัยก็คงแปลก

นางพยาบาลเมื่อเห็นเจียงชูในสภาพนั้นเลยจะเดินเข้ามาหา แต่ถูกเจียงชูส่ายหัวเพื่อเตือนเธอไม่ให้เข้ามา

เจียงชูยิ้มขมขื่นเขารู้สึกว่าการเดินในครั้งนี้ช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่เขามีเวลาเพียงแค่5นาทีเท่านั้น

“ฉันสามารถเดินไปคนเดียวได้หรือเปล่า? ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่หนีไปไหน…ถึงอยากหนีก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดี ”

เจียงชูหันมาอ้อนวอนนายตำรวจทั้งสอง

หนึ่งในผู้คุมตัวยืนคิดสักพักแล้วก็พยักหน้า นี่มันชั้นเจ็ด แถมหมอเจียงยังถูกใส่กุญแจมือไว้ จะหนีก็คงหนีไม่พ้น

ในเวลานั้นได้มีพนักงานทำความสะอาดเข็นรถมาจากอีกทาง ตำรวจทั้งสองและเจียงชูจึงหลบออกข้างทางเพื่อหลีกทางให้

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อพนักงานทำความสะอาดคนนั้นกระแทกรถเข็นใส่พวกเขาทั้งสามอย่างแรง พนักงานได้ถกแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นมีดที่ซ่อนไว้

เขาชักมีดออกมาแล้วแทงไปที่เจียงชู

ใบมีดเกือบจะถึงเจียงชูอยู่แล้ว แต่ก็ถูกหยุดไว้ด้วยขวดน้ำที่โยนมาจากที่แห่งหนึ่ง มันโดนเต็มๆหัวของของพนักงานคนนั้น

พนักงานทำความสะอาดถึงกับยืนเป๋ไปเลย พอเขาเริ่มได้สติกลับมา ก่อนที่จะได้ทันทำอะไร ตำรวจทั้งสองก็พุ่งเข้ามาล็อคตัวเขาแล้วตรึงไว้บนพื้นเสียแล้ว

เจ้าหน้าที่หม่าโผล่ออกมาและพูดเยาะเย้ยว่า

“งี่เง่า ไอ้ลูกเต่า! ฉันรู้อยู่แล้วว่าพวกแกจะมาไม้นี้! คิดจริงๆหรอว่าฉันจะสงสารหมอเจียงแล้วปล่อยเขามาเฉยๆ? ”

พนักงานทำความสะอาดที่โดนล็อคตัว ได้จ้องไปที่นายตำรวจหม่าด้วยดวงตาอาฆาต

นายตำรวจหม่าหัวเราะเยาะ เขาดึงมือมันมาไพล่หลังและใส่กุญแจมือทันที จากนั้นเขาก็เรียกตำรวจอีกคนหนึ่งมาคอยจับตาดูพนักงานทำความสะอาดคนนี้ไว้

“นายอยู่นี่ เอาล่ะเจียงชูคุณไปคนเดียวได้แล้ว”

นายตำรวจหม่าสั่ง

เจียงชูพยักหน้าให้นายตำรวจสุดโฉด แล้วค่อยๆเดินไปเงียบ ๆ

นายตำรวจหม่าหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ใฃในขณะที่กำลังมองพนักงานทำความสะอาด

“หัวหน้าหม่าที่นี่เป็นโรงพยาบาลนะ … ”

นายหม่าก็ดับบุหรี่อย่างหัวเสียพร้อมหันไปพูดกับคนร้ายว่า

“แกตายแน่ ไอ้ลูกเต่า อยากรอดก็ให้ความร่วมมือกับเราซะดีๆ ”

“คุณตำรวจช่างฉลาดจริงๆ รู้ด้วยว่าพวกเรามีแผนสอง”

นายตำรวจหม่าหัวเราะเยาะ

“ประสบการณ์ฉันมันมากกว่าพวกแก!”

พนักงานทำความสะอาดยิ้มแล้วกล่าวว่า

“แล้วถ้าเรามีแผนสามล่ะ?”

นายตำรวจหม่ามองชายคนนั้นอย่างว่างเปล่า ลางสังหรณ์ค่อยๆก่อตัวขึ้นช้าๆ จากนั้นไฟทุกดวงก็ดับทันที!

นายหม่าตอบสนองอย่างรวดเร็วและหวดหมัดไปยังพนักงานทำความสะอาด แต่เขาถูกเตะเข้าที่ท้องเสียก่อน ตำรวจข้างๆก็ล้มลงมากระแทกกับเขาเหมือนกัน ทั้งสองคนตอนนี้นอนกองอยู่บนพื้น

ไฟฟ้าดับไปแค่ชั่วพริบตา สักพักก็กลับมาติดเหมือนเดิม แต่พนักงานทำความสะอาดก็ได้หายตัวไปแล้ว

“พวกมันมีกันสามคน! บัดซบ!! ”

นายหม่าสาปแช่งด้วยความโกรธ เขาได้ยืนขึ้นแล้วรีบวิ่งไปหาเจียงชู

เมื่อเขามาถึงตรงหัวมุมทางเดิน เขาเห็นเพียงแค่เพื่อนตำรวจของเขาที่นอนกองกับพื้นในขณะที่มือกำลังกุมท้องอยู่…เขาถูกแทงที่ท้องตอนนี้เลือดไหลออกมาเยอะมาก ส่วนเจียงชูเขาได้หายตัวไปแล้ว

เจียงชูมันหายไปไหน?

ตอนนี้เจียงชูอยู่บนดาดฟ้า เขารู้สึกหวาดกลัวมากที่สุดในชีวิต เพราะเมื่อกี้เขายังอยู่ที่ชั้นเจ็ดอยู่เลย พริบตาเดียวเขามาโผล่ที่ดาดฟ้าได้ยังไง

เขาจำได้แม่นว่าเขากำลังจะเข้าไปในห้องของลูก ตอนที่กำลังเปิดประตู ทุกอย่างรอบตัวก็ได้มืดลง แล้วก็ได้ยินเสียงตำรวจโวยวายดังขึ้น

เจียงชูได้ทำใจไว้แล้วว่านายซุนจะไม่ปล่อยให้เขารอดไปง่ายๆอย่างแน่นอน

อีกไม่กี่วินาที เขาอาจจะได้ไปเจอยมบาลในนรกก็เป็นได้

เขาจะได้เจอลูกชายอยู่แล้ว เพียงแค่เปิดประตูเข้าไป แแค่เปิดประตูเท่านั้นเอง ความรู้สึกที่หนักอึ้งของความเศร้าโศกและความไม่พอใจรวมถึงความสิ้นหวังปะทุออกมาในใจของเจียงชู

แต่จากนั้นเจียงชูก็รู้ได้เลยว่า ที่เขาพึ่งเจอไปไม่ใช่เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดที่สุด เพราะตรงหน้าของเขาตอนนี้มีคนๆหนึ่งที่สวมหน้ากากตัวตลกและถือไม้เท้าสีดำยืนอยู่

“คุณคือใคร? คุณเป็นคนของนายซุนงั้นสินะ”

เจียงชูมองเขาด้วยแววตาหวาดกลัว

“หมอเจียงคุณก็น่าจะรู้นะว่าผมคือใคร”

เจียงชูจ้องเขม็งกลับไป

ลั่วฉิวโบกไม้เท้าของเขา เสื้อกาวที่พันมือของเจียงชูก็คลี่ออกเผยให้เห็นการ์ดสีดำที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ จากนั้นการ์ดก็ค่อยๆลอยไปหาลั่วฉิว

เจียงชูดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก

“สมาคม … แลกเปลี่ยน … นี่คุณมาหาฉันด้วยตัวเองเลยหรอ?”

ลั่วฉิวส่ายหัว

“ไม่ใช่ผมที่มาหาคุณ แต่เป็นคุณต่างหากที่หวังจะเจอผม การ์ดสีดำนี้รู้สึกถึงความปรารถนาที่ลึกที่สุดของคุณดังนั้นมันจึงนำคุณมาหาฉัน ”

“คุณช่วยฉันได้ไหม”

เจียงชูพูดด้วยเสียงสั่นเทา

ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเขาก็มาโผล่ที่ชั้นดาดฟ้า การเคลื่อนย้ายในชั่วพริบตา ได้เจอกับหน้ากากตัวตลกและการ์ดสีดำที่ลอยได้…

ตรงหน้าเขาตอนนี้มีแต่เรื่องเหลือเชื่อ

“ฉันสามารถซื้อสิ่งที่ฉันต้องการได้หรือไม่”

เจียงชูกลืนน้ำลายดังเอื๊อก

ลั่วฉิวตอบอย่างสงบว่า

“แน่นอน ตราบเท่าที่คุณสามารถแลกเปลี่ยนเพื่อซื้อสินค้าที่คุณต้องการได้ ”

เจียงชูถามอย่างลังเลว่า

“ถ้าฉันขอให้ลูกชายฉันกลับมาหายดี? คุณสามารถช่วยทำให้เป็นจริงได้หรือไม่ ”

“แน่นอน”

เจียงชูได้เงียบไปสักพักก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“แล้วฉันต้องใช้อะไรแลกเปลี่ยน?”

ลั่วฉิวตอบว่า

“อะไรงั้นหรอ? … อืม..แน่นอนว่าผมสามารถให้คำแนะนำแก่คุณได้ แต่ต้องบอกก่อนนะว่าในตอนนั้นถ้าคุณไม่ได้ถูกช่วยไว้โดยการ์ดสีดำล่ะก็ คุณคงตายไปแล้ว แต่เพราะคุณเป็นลูกค้าคนสำคัญของสมาคม มันจึงเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วในการที่จะต้องปกป้องคุณ ดังนั้นการช่วยเหลือการหน้านี้ถือว่าเราช่วยโดยไม่หวังผลตอบแทนก็แล้วกัน ”

เมื่อเห็นเจียงชูทำท่าทางไม่สบายใจลั่วฉิวจึงพูดตรงๆว่า

“หมอเจียง คุณควรรู้ไว้นะว่าคุณน่ะคือคนใกล้ตาย ถ้าคุณตายไปแล้วคุณจะไม่เหลืออะไรอีกเลย ”

“หยุดพูดสักที”

เจียงจูได้หายใจเข้าลึก ๆแล้วพูดว่า

“คุณเป็นปีศาจ … นับตั้งแต่ที่เสียงนั้นดังขึ้นในหูฉันก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเสียงของปีศาจ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือจิตวิญญาณของฉันใช่ไหม?”

“แน่นอน จิตวิญาณมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ที่พวกเขาสามารถครอบครองได้”

ลั่วฉิวตอบอย่างตรงไปตรงมา

เจียงชูยิ้มอย่างขมขื่น

“คงจะมีแต่พวกคุณนั่นแหละที่ต้องการจิตวิญญาณอันโสมมของฉัน… ฮ่าฮ่า!”

เจียงชูคุกเข่าลงบนพื้นแล้วมองดูมือที่สั่นเทาของเขาด้วยแววตาว่างเปล่า

“ฉันรู้อยู่แล้ว … ตั้งแต่แรก … ตั้งแต่ที่ฉันเริ่มผ่าคนเพื่อเอาอวัยวะของพวกเขาออกมา ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าชีวิตมันต้องจบไม่สวยแน่ๆ ฉันผ่ามาแล้วทั้ง คนแก่ ชายหนุ่มหญิงสาว แม้แต่พวกคนจรจัด ภาพในตอนนั้นมันติดตาของฉันไปแล้ว”

ใบหน้าของหมอเจียงตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำตา เขาได้เอามือมาปิดบังใบหน้าของเขาที่ดูอ่อนแอในตอนนี้เอาไว้

“แต่ฉันจำเป็นต้องทำนะ!”

“พวกเขาสัญญาว่าจะให้ไขกระดูกที่เหมาะสมกับลูกให้แก่ฉัน!”

“ฉันทนเห็นลูกชายของฉันตายไม่ได้ เขาอายุแค่ 11 ปี! ชีวิตเขายังไม่ก้าวเข้าสู่วัยรุ่นด้วยซ้ำ! ”

“ถึงแม้ว่ามือของฉันจะเต็มด้วยเลือด ฉันแต่เพื่อลูกของฉัน! ฉันจะทำทุกอย่าง ต่อให้ฉันต้องตกนรกหมกไหม้ก็ยอม! ”

“ไอ้เจ้าซุนมันโกหกฉัน … พวกมัน! พวกมันโกหก !!!”

“นี่คงเป็นบทโทษของฉันสินะ!!ฮ่าๆๆๆๆๆ!!!!”

“ถ้าคุณต้องการจิตวิญญาณของฉันก็เอามันไป! ถึงแม้มันจะเจ็บปวด แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะแลกกับความตายของฉันได้ไหม”

“พูดในสิ่งที่คุณปรารถนา”

เจียงชูกล่าวด้วยความสิ้นหวังว่า

“ฉันต้องการลูกชายของฉัน … ไม่สิลูกชายและภรรยาเก่าของฉันจะต้องปลอดภัยฉันไม่ต้องการให้พวกเขามีอันตราย และฉันหวังว่าคุณจะสามารถจับนายซุนและกลุ่มของเขาไปสู่กระบวนการยุติธรรมได้ ”

ลั่วฉิวเงียบไปสักพักหนึ่งแล้วตอบว่า

“ขอโทษนะจิตวิญญาณของคุณไม่มีค่ามากพอ เลือกได้แค่ข้อเดียวเท่านั้น จะเลือกข้อแรกหรือข้อสอง? ”

เจียงชูได้ฝืนยิ้มออกมา

“งั้นหรอ? จิตวิญญาณอันโสมมของฉันมันไม่มีค่าพอ… ก็ได้ ฉันเลือกข้อแรกตราบเท่าที่พวกเขาปลอดภัย ”

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำข้อตกลงกับสมาคม ไม่ช้าเจียงชูก็จะสูญเสียชื่อเสียงของเขาทั้งหมด แถมยังอาจถูกนายซุนจับตัวไปอีก ต่อให้อยู่ในคุกพวกนายซุนก็คงหาวิธีแก้แค้นได้แน่ๆ ดีไม่ดีลูกชายของเขาอาจถูกลากเข้ามาด้วยเช่นกัน

ภรรยาเก่าของเขาก็คงจะเศ้ราเสียใจที่สูญเสียลูกชายไป

มันเป็นเรื่องร้ายแรงที่ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด

เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น เจียงชูไม่ลังเลเลยที่จะใช้จิตวิญญาณของเขาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน

เขาจ้องมองไปยังชายสวมหน้ากากตัวตลกแล้วพูดว่า

“ขอฉันเจอหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่”

ลั่วฉิวพยักหน้า

ลั่วฉิวโบกไม้เท้า แล้วพวกเขาก็วาร์ปมาอยู่ในห้องพักผู้ป่วย

ลั่วฉิว ใช้ไม้เท้าเคาะบนไหล่ภรรยาเก่าของหมอเจียงเบาๆแล้วพูดว่า

“หมอเจียงผมคิดว่าคุณคงไม่อยากถูกรบกวน?”

เจียงชูพยักหน้าโดยไม่มีคำพูด เขาเดินไปยังเตียงและเอามือน้อยๆของลูกชายมาแนบแก้ม

แค่มองดูก็รู้ว่าพวกเขารักกันเพียงใด

ลั่วฉิว ไม่ได้เร่งเขา แต่เขารออย่างเงียบ ๆ ด้วยความอดทน

ในที่สุดเจียงชูก็ถอยออกมา ด้วยดวงตาแดงก่ำ เขาบรรจงจูบหน้าผากของลูกชายเบาๆจากนั้นก็กระซิบข้างหูว่า

“ลูกจะได้มีชีวิตที่ดีรู้ไหม? พ่อมันไร้ประโยชน์เหลือเกิน พ่อทำสิ่งไม่ดีมากเกินไปพ่อเสียใจจริงๆ ”

เจียงชูสูดหายใจเข้าลึก ๆ และมองไปที่ลั่วฉิวและกล่าวอย่างใจเย็นว่า

“ฉันขอเดินรอบๆโรงพยาบาลนี้เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม?”

“ตามสบาย”

เจียงชูเดินออกจากห้อง แล้วเดินไปตามทางเดิน ตอนแรกเขาก็ระแวงว่จะมีใครมาขวางหรือเปล่า แต่น่าแปลกคนที่เขาเดินผ่านหรืออยู่บริเวณนั้นกลับไม่มีใครสนใจเจียงชูเลย ราวกับเจียงชูเป็นเพียงแค่อากาศ

เจียงชูคิดว่านี่อาจเป็นความสามารถของปีศาจที่กำลังเดินตามหลังเขาอยู่ก็เป็นได้

เจียงชูเดินผ่านห้องฉุกเฉิน แล้วพูดถึงวันเก่าๆ

“ในช่วงที่ยังเป็นหมอฝึกหัด ฉันได้มาฝึกงานที่นี่ ผู้อำนวยการคนก่อนหน้านี้เป็นคนขอให้ฉันมาทำงานที่นี่ต่อ ดังนั้นพอเรียนจบฉันก็เลยเลือกที่นี่ เห็นใบประกาศเกียรติคุณบนผนังไหม นั่นของฉันเอง ผ่านมาตั้งนานแล้ว แต่มันก็ยังคงแขวนอยู่…. ”

เจียงชูเล่าเรื่องราวในอดีตด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“หมอเจียงถ้าคุณมีโอกาสครั้งที่สองในชีวิตคุณจะช่วยนายซุนอยู่ไหม”

เจียงชูหยุดพูดและคิดสักพัก จึงตอบว่า

“ก็คงช่วยแหละ! แต่ฉันจะตรวจสอบว่าไขกระดูกตรงกันรึเปล่าแทนที่จะเชื่อว่ามันตรงอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ”

ลั่วฉิวเพียงพยักหน้ารับ

“หมดเวลาแล้ว”

เจียงชูพยักหน้า ตอนนี้เขาหมดห่วงแล้ว

ทันใดนั้น

พยาบาลได้พุ่งออกมาจากห้องผ่าตัดพร้อมตะโกนว่า

“หมอเฉินอยู่ที่นี่รึเปล่า? หมอเฉิน ”

“ผมอยู่นี่มีอะไรงั้นหรอ?”

“หมอฮวงผ่าตัดพลาดเพราะเกิดไฟดับขึ้นกระทันหัน ตอนนี้เขาเครียดจนเป็นลมไปแล้ว ผู้อำนวยการบอกว่าต้องผ่าตัดต่อไป คนที่พอจะสานต่อได้ตอนนี้มีแค่คุณเท่านั้นหมอเฉิน”

“ผม? แต่..แต่ผมยังเป็นแค่หมอฝึกหัด ”

“ไม่ทันแล้วและนอกจากนี้ญาติผู้ป่วยได้เซ็นอนุญาตให้คุณผ่าตัดแล้ว!”

“แต่ … แล้วหมอเจียงล่ะ?”

“หมอเจียงไม่ได้อยู่ในสภาพที่พร้อมผ่าตัด! รีบเข้า! เร็ว! ! ”

พยายามวิ่งมาลากหมอหนุ่มเข้าไปในห้อง บริเวณนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

เจียงชูเห็นฉากตรงหน้า เขาได้ฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดว่า

“ดูเหมอนว่า… ฉันได้ทำร้ายคนเพิ่มอีกคนแล้ว….”

“นั่นควรจะเป็นการผ่าตัดของคุณ”

เจียงชูเกิดแรงกระตุ้นที่ในชีวิตนี้เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน เขาหันไปมองลั่วฉิวและขอว่า

“ฉันขอเวลาเพิ่มอีกซัก 5 ไม่สิ 4 แค่4ชั่วโมงก็พอ ”

“ผู้อำนวยการ … ผมไม่สามารถทำได้”

หมอหนุ่มเฉินรู้สึกอับอายขณะยืนอยู่ข้างผู้อำนวยการ สิ่งเดียวที่ผู้อำนวยการพอจะทำได้ในตอนนี้คือให้กำลังใจกับเขา

“เพียงแค่ผ่าตัดไปตามที่เคยเรียนมา ไม่งั้นผู้ป่วยต้องตายแน่นอน ตอนนี้เธอตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต ฉันไม่มีทางเลือกอื่น … ”

หัวใจของหมอหนุ่มต็มไปด้วยความโกรธ — ควรจะมีหมอคนอื่นอีกสินอกจากหมอฮวงและหมอเจียง

“ให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”

ทันใดนั้นเสียงนุ่มลึกดังออกมาจากความว่างเปล่า เจียงชูสวมเสื้อกาวสีขาวขณะที่เดินเข้ามา ใบหน้าของเขาดูซีดเผือด แต่ดวงตาของเขาส่องสว่างสดใส มันเปล่งประกายมากที่สุดนับตั้งแต่ผู้อำนวยการเคยเห็นมา

“เจียงชูนี่คุณไม่ได้…..เหรอ … ”

ผู้อำนวยการคนเก่า ดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

เจียงชูเดินไปหาผู้อำนวยการและพูดเบา ๆ ว่า

“อาจารย์ … ตอนนี้ผมต้องทำหน้าที่หมอ ผมขอผ่าต่อได้หรือไม่? ”

แน่นอนว่าญาติของผู้ป่วยไม่ต้องการให้หมอหนุ่มที่ขาดประสบการณ์มาผ่าตัดให้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น ปู่ของเด็กสาวเกือบจะต่อยผู้อำนวยการหลังจากที่เขารู้ว่าจะมีหมอฝึกหัดมาเป็นผู้ผ่าตัดแทน

เมื่อเห็นหมอเจียง ดวงตาเขาก็เปล่งประกายความพูดว่า

“หมอเจียงผมเสียใจด้วยเรื่องลูกชายคุณ แต่ถ้าคุณสามารถช่วยหลานสาวผมได้….”

เจียงชูโบกมือให้เขา

“ผมเพียงแค่ทำสิ่งที่ผมควรทำเท่านั้น อย่ามัวเสียเวลาเลย มาเริ่มกันเถอะ ”

ในห้องผ่าตัด

ของทุกอย่างในห้องช่างดูคุ้นเคย

เจียงชูถือใบมีดไว้ได้โดยที่มือไม่สั่นแม้แต่น้อย นิ้วมือของเขาแข็งแรงและทรงพลัง เขาไม่เคยรู้สึกมีสมาธิและตื่นตัวขนาดนี้มาก่อน

เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่มีสมาธิมากขนาดนี้ตอนผ่าตัดคือเมื่อไหร่

ไม่คิดถึงสิ่งใด ทุกการผ่าแทบจะอยู่ในตำแหน่งที่แม่นยำที่สุด

มีดผ่าตัดค่อยๆ ตัดเชือกที่คอยฉุดดึงหนูน้อยไปสู่ความตายออก ทีละเส้นๆ

เจียงชูไม่รู้เลยว่าตอนนี้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว

ห้องผ่าตัดเต็มไปด้วยความเงียบ

จนกระทั่งได้ยินเสียง ‘แกร้ง แกร้ง’ ซึ่งมาจากเครื่องมือโลหะที่เจียงชูโยนไปชนกับแผ่นรอง เจียงชูถอนหายใจยาวและพูดว่า

“หยุดเลือด … และเริ่มเย็บแผล”

“หมอเจียง … คุณน่าทึ่งจริงๆ! คุณนี่สุดยอดไปเลย !! หมอเจียง? หมอเจียง? ”

เจียงชูล้มลงและทรุดตัวลงบนพื้น ใบหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“นี่คือจิตวิญญาณของเจียงชู? ฉันไม่คิดว่ามันจะบริสุทธิ์ขนาดนี้ ”

ยูวเย่ถือกล่องคริสตัลด้วยมือทั้งสองข้าง ตอนนี้พวกเขากลับมาที่สมาคมแล้ว

มีก้อนแสงรูปร่างคล้ายลูกบอลเปล่งประกายสีชมพูสดใสในนั้นโดยไม่มีสีอื่นเจือปนแม้แต่น้อย

ลั่วฉิวหันไปมองกล่องคริสตัลแล้วพูดด้วยเสียงต่ำว่า

“บางทีอาจเป็นเพราะเขาได้ช่วยคนอื่นเป็นครั้งสุดท้าย”

“ดูเหมือนว่าครั้งนี้เราจะได้กำไรมาเยอะเลย”

ยูวเย่ยิ้มอย่างอ่อนโยน

ลั่วฉิวพยักหน้าตอบ

“ใช่ … แต่มันยังไม่พอ แต่ — แต่สำหรับตอนนี้ก็เพียงพอ มันไม่ดีเลยที่เราไม่ได้อธิบายเรื่องการแลกเปลี่ยนให้หมอเจียงฟังอย่างละเอียด ”

“เฮ้อ…มันอาจจะเป็นชะตากรรมของเขา”

ลั่วฉิวได้หยิบมือถือขึ้นมาและโทรออกไปยังหมายเลขหนึ่ง แต่ก็ได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า

“ขออภัยค่ะ เลขหมายนี้ยังไม่เปิดให้บริการ”

ลั่วฉิว พึมพำออกมา

“เร็วจริงเชียว”

เขาส่ายศีรษะแล้วลุกขึ้นคว้ากล่องคริสตัลด้วยมือทั้งสองข้าง

ยูวเย่ถาม

“มาสเตอร์คุณจะบรรณาการมันไหม?”

“เก็บไว้ดีกว่า”